ความมั่นคงทางอาหารโลก

“ไทยร่วมหารือร่างนโยบายแนวทางปฏิบัติด้านระบบอาหารและโภชนาการโลก”

ผู้แทนไทย อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาติ (FAO/WFP/IFAD) ณ กรุงโรม ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (CFS) เข้าร่วมการประชุมหารือร่างนโยบายแนวทางปฏิบัติด้านระบบอาหารและโภชนาการ (Voluntary Guidelines on Food Systems and Nutrition: VGFSyN) โดยที่ประชุมเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกและทุกภาคส่วนให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแก้ไขร่างดังกล่าว (Draft One) แล้วจะส่งให้ประเทศสมาชิกแก้ไขร่างอีกครั้งภายในเดือนมีนาคม 2563 เพื่อนำร่างเอกสารเข้าสู่การประชุมหารือเจรจา (Negotiation round) ในช่วงเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะนำไปสู่การพิจารณาและรับรองในที่ประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (CFS Plenary) ครั้งที่ 47 ในเดือนตุลาคม 2563 ต่อไป

คณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (CFS) ได้จัดทำร่างนโยบาย VGFSyN ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่รัฐบาล สถาบันต่างๆ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในระบบอาหาร ในการปรับเปลี่ยนระบบอาหารและโภชนาการ และแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารและภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ เพื่อความมั่นคงอาหารอย่างยั่งยืน ซึ่งในเนื้อหาของร่างนโยบาย VGFSyN แบ่งเป็น 6 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความรับผิดชอบต่อระบบอาหาร (Transparent, democratic and accountable governance of food systems)
  2. ห่วงโซ่อุปทานอาหารที่เน้นโภชนาการอย่างยั่งยืน ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable nutrition-oriented food supply chains in the context of climate change)
  3. การเข้าถึงอาหารและโภชนาการอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน (Equitable access to sustainable and healthy diets)
  4. ให้คนเป็นศูนย์กลางความรู้ การศึกษา และข้อมูลด้านโภชนาการ (People-centered nutrition knowledge, education and information)
  5. ความเสมอภาคทางเพศ และการส่งเสริมบทบาทสตรีในระบบอาหาร (Gender equity and women’s empowerment across food systems)
  6. ระบบอาหารและโภชนาการในบริบทของมนุษยธรรม (Food systems and nutrition in humanitarian contexts)

ผู้แทนไทยได้ให้ความเห็นว่าการจัดการทรัพยากรด้านดินและน้ำคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรในระบบอาหาร และแต่ละประเทศควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างระบบอาหารในระดับท้องถิ่น ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะชุมชนพื้นเมืองในการให้ความรู้ด้านโภชนาการ และให้เน้นการพึ่งพาตนเอง (Self-sufficiency) ควรส่งเสริมการเกษตรแบบครอบครัว (Family Farming) ให้เกิดการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยสนับสนุนการดำเนินงานของ CFS เพื่อให้ร่างนโยบาย VGFSyN นำไปสู่การปฏิบัติในระดับประเทศและพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการอย่างยั่งยืนต่อไป


ข้อมูล : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม

สำนักการเกษตรต่างประเทศ สป.กษ.