ขรก. วอนจัดงบให้กรมวิชาการเกษตรเพื่อนำใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน

  1. ความเป็นมา จากการประชุมพิจารณางบประมาณประจำปี 2563 ซึ่งได้ผ่านทั้ง 2 สภาไป
    แล้วนั้น ได้พบข้อสังเกตที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นอย่างมาก คือการตัดงบกรมวิชาการเกษตร ถึง 50% ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การพิจารณางบประมาณของประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยและความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบการพิจารณางบประมาณของสภาแห่งนี้ และผลของการตัดงบประมาณ ก็ได้ส่งผลทันทีต่อความเดือดร้อนของลูกจ้างที่ต้องตกงานและถูกลดค่าจ้าง ดังปรากฏในข่าวต่างๆ ให้เป็นที่สะเทือนใจของสังคม
    ความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นนี้ รวมถึงความเสียหายที่จะตามมาอีกในไม่ช้านี้จากการที่กรมวิชาการเกษตรไม่มีงบประมาณเพียงพอในการทำภารกิจของรัฐบาล ในการดูแลเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศและความเป็นอยู่ของเกษตรกร
  2. การตัดงบประมาณ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ เล่มที่3 (1) รายการปรับลด หน้า 8-11 ถึง 8-15 กรมวิชาการเกษตรตั้งงบไว้ 1,500.6 ล้านบาท ปรับลดรวม 600.9 ล้านบาท หรือ 40% (หมายเหตุ กรมอื่นๆในกระทรวงเกษตร ตัดลดไม่เกิน 2%)
  3. ผลกระทบจากการตัดงบประมาณ
    3.1 งานพัฒนาสินค้าเกษตรมีคุณภาพได้มาตรฐาน หรือการรับรองมาตรฐานสินค้าพืช (GAP และ organic) เป็นงานที่ต้องทำเพื่อให้สินค้าเกษตรไทยส่งออกไปต่างประเทศได้ และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยทางอาหารแก่ผู้บริโภคในประเทศ รายการที่ถูกตัดลด ได้แก่ ค่าเดินทางไปตรวจแปลง ตัด 74% วัสดุวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์สารพิษตกค้าง ตัด 69% ค่าจ้างเหมาพนักงานช่วยดำเนินการ ตัด 100% เป็นต้น การตัดงบดังกล่าวทำให้เกือบจะไม่สามารถทำงานนี้ได้เลย เนื่องจากงานรับรองมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรับรองต้องออกไปตรวจแปลงในพื้นที่เกษตรกร และต้องวิเคราะห์สารพิษตกค้างตามระบบมาตรฐานสากล งานนี้จะไม่มีหน่วยไหนทำแทนได้เพราะกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่กรมวิชาการเกษตรเท่านั้น
    เรื่องความปลอดภัยด้านอาหารเป็นนโยบายรัฐบาล ในปีงบประมาณ 2562 ได้ทำการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชในระบบ GAP ผ่านมาตรฐาน 108,647 แปลง พื้นที่ 539,800 ไร่ และตรวจรับรองโรงคัดบรรจุ โรงงานแปรรูป โรงรมตามมาตรฐาน GMP HACCP และ GFP ผ่านมาตรฐาน 885 โรงงาน รวมถึงพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เป้าหมาย 32 แห่ง ลองประเมินดูว่าถ้างบทำงานหายไป 70% เกษตรกร 7 หมื่นแปลงจะได้รับความเสียหายมหาศาล ลำพังแค่ส่งไปประเทศจีนถ้าไม่มี GAP ก็จะเสียหายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท .
    การตัดงบการพัฒนามาตรฐานสินค้านี้ นอกจากส่งผลเสียต่อการส่งออกไม่ได้ ทำให้สินค้าในประเทศล้นตลาด ราคาตกต่ำ ยังเป็นการเดินสวนทางทำให้นโยบายรัฐบาลด้านอาหารปลอดภัยขับเคลื่อนไม่สำเร็จ สร้างความเสียหายในด้านเศรษฐกิจประเทศ และรายได้เกษตรกร
    3.2 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
    ปรับลด 49 % ในค่าใช้จ่ายในการออกไปทำงานในพื้นที่เกษตรกร และในพื้นที่โครงการพระราชดำริต่างๆ ส่งผลต่อการสนองพระราชดำริต่างๆ ของรัฐบาล โดยไม่เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณในโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการทำงานสนองพระราชดำริเพื่อดูแลทุกข์สุขของราษฎร ในความรับผิดชอบกรมวิชาการเกษตร มีโครงการที่ดำเนินการรวมทั้งสิ้น 252 โครงการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ได้ให้บริการเกษตรกร 77 จังหวัด ปีละประมาณ 12,000 ราย ผลสำเร็จสัมฤทธิ์ของโครงการ คือ เกษตรกรที่เข้ารับบริการฯ ได้รับคำแนะนำทางวิชาการแล้วนำความรู้ที่ได้รับไปปรับปรุงและพัฒนาอาชีพของตนเองให้ดีขึ้น และเจ้าหน้าที่ก็ยังออกไปติดตามถึงไร่นาเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกร
    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาแนวพระราชดำริ ตั้งขึ้นตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า ทดลอง หาแนวทางวิธีการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” กรมวิชาการเกษตรดำเนินการโครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีทั้งหมด 6 ศูนย์หลัก และศูนย์สาขา 3 ศูนย์ และโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดีอันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ ดำเนินการ 32 จังหวัด โครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่ดำเนินการ 17 จังหวัด โดยทำการพัฒนาต้นแบบและขยายผลการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ทั้งระบบมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกร
    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เช่น ฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมวิชาการเกษตร ได้เข้าไปดำเนินการทั่วประเทศ มีทั้งหมด 45 โครงการ โดยได้ทำการพัฒนาให้เกิดการสร้างงานให้กับราษฎรที่ยากจน หรือประสบปัญหาเศรษฐกิจที่ประสงค์มีความรู้ทางเกษตร นำไปประกอบอาชีพได้ โครงการรักษ์น้ำ ดำเนินงานใน 11 ลุ่มน้ำ เพื่อที่จะให้พสกนิกรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงได้ตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ น้ำ และดิน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และให้พสกนิกรเหล่านั้นสามารถดำรงชีพอยู่กับป่า ๆ ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน
    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(อพ.สธ.) ดำเนินการ 25 จังหวัด โดยทำการปกปักทรัพยากร สำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากร ปลูกรักษาทรัพยากร อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากร ศูนย์ข้อมูลทรัพยากร พัฒนาทรัพยากร การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร และสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากร
    3.3 โครงการเร่งด่วนของรัฐบาล เช่น ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ โครงการ zoning by agri-map โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ตัดไป 50% โครงการส่วนนี้ทำกันแบบบูรณาการหลายกรม กระทบต่อการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปขับเคลื่อนให้นโยบายรัฐบาลประสบความสำเร็จ การตัดงบต้องลดปริมาณพื้นที่ และจำนวนเกษตรกรที่จะได้ประโยชน์ลง 50%
    3.4 งานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร ปรับลด 40% เรื่องนี้จะกระทบและสร้างความเสียหายต่อความก้าวหน้าเทคโนโลยี และส่งผลต่อการแก้ปัญหาของเกษตรกรจนถึงการแก้ปัญหาการนำเข้าส่งออก งานวิจัยกรมวิชาการเกษตร ที่เห็นประโยชน์ซึ่งหน้า คือการแก้ปัญหาเกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นทันที และเป็นประโยชน์กับเกษตรกร หลายล้านครอบครัว สร้างเงินในกระเป๋าเกษตรกรหลายหมื่นล้านบาทต่อปี การตัดงบส่วนนี้จะสร้างความเสียหายต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิตพืชของเกษตรกร จะหยุดชะงัก เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ การผลิตเมล็ดพันธุ์ดี การคิดค้นความรู้ที่นำมาใช้ทำการผลิต ปลูก ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ตัดแต่ง เก็บเกี่ยว แปรรูป ชีวภัณฑ์ วิธีแก้ปัญหาศัตรูพืชระบาด เครื่องจักรกลเกษตร เครื่องมือแปรรูป ผลกระทบนี้มากมาย อาจไม่เห็นทันที แต่เพราะมีผลงานวิจัย เกษตรกรไทยจึงผลิตพืชได้ดี ไทยจึงเป็นผู้นำหลายประเทศด้านเกษตรอยู่ในขณะนี้
    3.5 การส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตร เนื่องจากกรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่ออกใบกำกับ ใบรับรองให้มีการส่งออก ตรวจการนำเข้า และคอยแก้ปัญหาการค้าระหว่างประเทศ ในเวลาที่ต่างประเทศกีดกันหรือแบนสินค้าไทย ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าการด้วยเหตุอะไรก็ตาม แม้แต่ความไม่พอใจในทางการเมือง หรือการค้าระหว่างประเทศก็ดี ต่างประเทศจะใช้วิธีกีดกันทางทางค้าโดยอ้างว่าสินค้าเกษตรไทยมีสารพิษตกค้าง ไม่ได้มาตรฐาน ห้ามมิให้ส่งออก และก็เป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมามีตัวอย่างการแก้ไขปัยหาการค้ากับยุโรบ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอื่นๆ การตัดลดงบประมาณไป ย่อมส่งผลกระทบสร้างความเป็นหลักแสนล้านบาท
    3.6 การดูแลคุ้มครองเกษตรกร ตาม ตาม พรบ.พันธุ์พืช พรบ.ปุ๋ย พรบ.วัตถุอันตราย พรบ.
    กักพืช พรบ. คุ้มครองพันธุ์พืช การตัดงบจะทำให้การควบคุมกำกับดูแลของสารวัตรเกษตรทำได้ ไม่เต็มที่ จะทำให้มิจฉาชีพ นักฉกฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย เช่น ขายปุ๋ยปลอม สารเคมีปลอม พันธุ์พืชด้อยคุณภาพ จะระบาดทั่วเมือง ส่งผลเสียตกที่เกษตรกร ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ผล เสียหายหลายหมื่นล้านบาท
    3.7 ลูกจ้างตกงาน เชื่อว่าเป็นเรื่องสภาแห่งนี้ไม่ได้คิดถึงว่า การตัดงบประมาณมากมายครั้งนี้ จะกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับคนทำงานที่ไม่ใช่ข้าราชการ ที่ต้องตกงาน หมดอาชีพ นับว่าเป็นเรื่องที่เศร้าใจมาก เป็นการซ้ำเติมปัญหาในขณะที่รัฐบาลกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แต่รัฐบาลกลับทำให้คนว่างงาน และเดือนร้อนนับพันคน การจ้างงานของกรมวิชาการเกษตร ไม่เหมือนการจ้างแบบกรรมกรทั่วไป แต่จะจ้างคนที่มีความรู้ประสบการณ์ในการทำงานวิชาการ ทั้งที่เป็นลูกหลานที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ จนถึงคนงานที่มีทักษะการวิจัย คนเหล่านี้จะทำงานในศูนย์วิจัยตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยเกษียณ มีความชำนาญ จึงรับจ้างงานเป็นลูกจ้าง ทำเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว และไม่มีอัตราว่างให้เขาได้สอบเป็นพนักงานราชการ หรือหมดวัยที่จะมาสอบแข่งขันกับเด็กรุ่นใหม่ พอตกงานเท่ากับลอยแพ ไม่มีหนทางที่จะไปทำอย่างอื่น
    รวมลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 1,253 คน วงเงิน 153 ล้านบาท ที่ต้องออกจากงานทันที และส่วนหนึ่งต้องลดค่าจ้าง 50% เพื่อช่วยรักษางานไว้ เป็นเรื่องที่น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง กรณีโรงงานปิดตัว ลูกจ้างยังได้รับค่าชดเชย แต่ลูกจ้างกรมวิชาการ ไม่มีสวัสดิการเหล่านี้ให้ นับเป็นตราบาปจากความผิดพลาดในการตัดงบ 50% โดยไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบ 360 องศา ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องร่วมกับรับผิดชอบ
  4. บทสรุปสุดท้าย ไทยเราตั้งเป้าหมายประเทศว่าต้องก้าวหน้าด้วยนวัตกรรม ต้องสร้างรายได้เกษตรกรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แล้วกรมวิชาการเกษตร ก็เป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนวิชาการเกษตรหลักของประเทศให้ก้าวหน้ามาร้อยกว่าปี เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มที่ จึงทำให้ไทยมีความเป็นผู้นำด้านเกษตรมาถึงทุกวันนี้
    ดังนั้นรัฐบาลจึงควรคืนงบให้เขากลับไปดูแลงานของประเทศ ไปดูแลเกษตรกร รัฐบาลและพรรคการเมืองควรลงไปร่วมสนับสนุนเขา และขอให้เร่งเยียวยา คนตกงานพันกว่าชีวิตที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในเวลานี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s