เห็ดเยื่อไผ่(ร่างแห) สายพันธุ์ไทย

โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผลการวิจัยและพัฒนาเห็ดร่างแหสรุปดังนี้

1. การรวบรวบ และจำแนกสายพันธุ์เห็ดร่างแห
1.1 ผลการสำรวจ รวบรวมเห็ดร่างแหชนิดที่บริโภคได้จากธรรมชาติในเขตภาคใต้ตอนล่าง ได้จำนวน 9 ไอโซเลท รวมเชื้อพันธุ์เห็ดร่างแหของสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร และ เชื้อพันธุ์เห็ดร่างแหพันธุ์การค้ารวมเป็นทั้งหมด 11 ไอโซเลท และนำมาจำแนกทางด้านสัณฐานวิทยาด้วยตาเปล่าโดยดูจากดอกเห็ดที่พบในธรรมชาติเบื้องต้นแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ เห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาวจำนวน 8 ไอโซเลท (K2, K3, K4, K5, K7, K8, K10 และ K11) และเห็ดร่างแหกระโปรงยาวสีขาวจำนวน 1 ไอโซเลท (K6) ส่วนเชื้อพันธุ์เห็ดร่างแหของสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร (K1-BIRDO) และ เชื้อพันธุ์เห็ดร่างแหพันธุ์การค้า (K9-Commercial ) ใช้ดอกเห็ดจากการเพาะเลี้ยง เป็นเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว และ กระโปรงยาวสีขาวตามลำดับ


1.2 ผลการใช้เทคนิคทางชีวโมเลกุลศึกษาในส่วนของตำแหน่ง ITS พบว่าเห็ดร่างแห 8 ไอโซเลท (K1-BIRDO, K2, K3, K4, , K7, K8, K10 และ K11) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phallus atrovolvatus ส่วนเห็ดร่างแหไอโซเลท K 5 ซึ่งระบุเป็นเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาวเช่นกันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า P. merulinus ทั้งนี้ Calonge et.al. (2005) ได้กล่าวว่าทั้งสองชนิดมีความใกล้เคียงกันมาก และเห็ดร่างแห 2 ไอโซเลท (K 6 และ K 9-Commercial variety) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเห็ดร่างแหกระโปรงยาวสีขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า P. echinovolvata


ลักษณะเด่นแต่ละสายพันธุ์
K 1 (BIRDO) เส้นใยเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ อ. บางพระ จ.ชลบุรี กระโปรงสั้นสีขาว

K 2 ก้านดอกสีขาว กระโปรงมีความยาว 1ใน3 ของก้าน หมวกเห็ดสีเหลืองอ่อน สวนปาล์ม
อ.เมือง จ.ตรัง กระโปรงสั้นสีขาว

K3 ก้านดอกสีขาว กระโปรงมีความยาว 1ใน3 ของก้าน หมวกเห็ด สีเขียวเข้ม สวนยางพารา
อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง กระโปรงสั้นสีขาว

K4 ก้านดอกสีขาว กระโปรงมีความยาว1 ใน 3ของก้านหมวกเห็ด สีเหลืองอ่อน สวนปาล์ม
อ.เมือง จ.ตรัง กระโปรงสั้นสีขาว

K5 ก้านดอกสีขาว ไม่พบกระโปรงและหมวกเห็ด สวนไผ่ อ. ควนขนุน จ. พัทลุง กระโปรงสั้นสีขาว

K 8 ก้านดอกสีขาว กระโปรงมีความยาว 1ใน3 ของก้าน หมวกเห็ด สีเขียวเข้ม สวนปาล์ม อ.เมือง จ.ตรัง

K 9 (Commercial) เส้นใยเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ สาธารณรัฐประชาชนจีน (2553) กระโปรงยาวสีขาว


K10 ก้านดอกสีขาว กระโปรงมีความยาว 1ใน3 ของก้าน สวนไผ่ อ.มายอ จ.ปัตตานี กระโปรงสั้นสีขาว

K11 ก้านดอกสีขาวกระโปรงมีความยาว 1ใน3 ของก้าน อ.สะเดา จ.สงขลา

  1. การศึกษาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแห มีขั้นตอนดังนี้
    2.1 ศึกษาวัสดุที่เหมาะสมในการผลิตเชื้อขยาย (mother spawn)
    จากการเลี้ยงเส้นใยเห็ดร่างแหที่รวบรวมได้ทั้งหมดจากข้อ 1 บนวัสดุผลิตเชื้อขยาย 2 ชนิดคือ เมล็ดข้าวฟ่าง และ เห็ดหลินจือแห้ง พบว่า เส้นใยเห็ดร่างแหทั้ง 11 ไอโซเลทเจริญบนหลินจือได้ระหว่าง 5.5-11.4 ซม.มีความหนาของเส้นใยปานกลางถึงหนาแน่นมาก ดีกว่าบนเมล็ดข้าวฟ่างที่เจริญได้ระหว่าง 4.0-7.5 ซม.มีความหนาของเส้นใยน้อยถึงปานกลาง โดยเห็ดร่างแหไอโซเลท K 4 และ K8 เจริญบนหลินจือดีที่สุดเท่ากับ 11.4 เซนติเมตร และบนเมล็ดข้าวฟ่างเท่ากับ 7.5 ซม.


2.2 ศึกษาวัสดุที่เหมาะสมในการผลิตเชื้อเพาะ (spawn)
นำเส้นใยเห็ดร่างแห จำนวน 11 ไอโซเลท ซึ่งเจริญบนหลินจือ (เชื้อขยาย) มาทดสอบเลี้ยงบนวัสดุผลิตเชื้อเพาะ (spawn) พบว่า เส้นใยเห็ดร่างแห มีการเจริญดีที่สุดบนก้อนวัสดุผลิตเชื้อเพาะ สูตรที่ 1 มีส่วนผสมของขี้เลื้อยไม้ยางพารา:รำละเอียด:ปูนขาว: ดีเกลือ:ยิปซัม อัตรา (90 : 5 : 1 : 2 : 2) โดยน้ำหนัก มีความแตกต่างกับกรรมวิธีอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 และใช้เวลาบ่มเชื้อน้อยที่สุด เฉลี่ย 32.63 วัน โดยใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อสั้นกว่าชุดควบคุมจากสูตรที่ 6 ซึ่งใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อเฉลี่ย 64.33 วัน


2.3 ศึกษาวัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอก
2.3.1 ทดสอบเบื้องต้นด้วยวิธีเพาะแบบตะกร้า จากเส้นใยเห็ดร่างแหที่เจริญอยู่บนวัสดุผลิตเชื้อเพาะ (spawn) ที่เหมาะสม (สูตรที่ 1 มีส่วนผสมของขี้เลื้อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : ปูนขาว : ดีเกลือ : ยิปซั่ม อัตรา (90 : 5 : 1 : 2 : 2) โดยน้ำหนัก มาเลี้ยงบนวัสดุเพาะให้เกิดดอกจำนวน 7 สูตร พบว่าวัสดุเพาะสูตรที่ 1-6 เส้นใยเห็ดร่างแหบางไอโซเลทไม่สามารถเจริญได้ บางไอโซเลทเส้นใยเจริญและสร้างตุ่มดอก แต่ตุ่มดอกฝ่อไม่พัฒนาเป็นระยะดอกบานได้ ส่วนวัสดุเพาะสูตรที่ 7 ที่ประกอบด้วย ใบไผ่และกิ่งไผ่ 50 กก. ขุยมะพร้าว 25 กก. และ แกลบดิบ 25 กก. พบว่าเส้นใยเห็ดร่างแหทั้ง 11 ไอโซเลทสามารถเจริญและพัฒนาเป็นดอกเห็ดได้ทั้งหมด และเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว K8 ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงที่สุด 794.33 กรัม จำนวนวันที่เก็บผลผลิตได้ 21 วัน ในการทดสอบเบื้องต้นด้วยวิธีเพาะแบบตะกร้าพบปัญหาศัตรูเห็ดเข้าทำลายในระยะดอกตูม จึงเก็บผลผลิตได้เพียง 1 รุ่น

2.3.2 เพาะด้วยวิธีแบบขึ้นชั้นในโรงเรือนระบบปิด บนวัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอก จากเส้นใยเห็ดร่างแห จำนวน 11 ไอโซเลท เจริญบนวัสดุผลิตเชื้อเพาะ(spawn) สูตรที่ 1 และนำมาเลี้ยงบนวัสดุเพาะให้เกิดดอกสูตรที่ 7 พบว่าเส้นใยเห็ดร่างแหทั้ง 11 ไอโซเลท เจริญและพัฒนาเป็นดอกเห็ดได้ทั้งหมด เห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว K 8 ให้ผลผลิตรวม 9,511กรัม และผลผลิตเฉลี่ย 3,170.3 กรัม สูงกว่าและมีความแตกต่างกับกรรมวิธีอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 รองลงมาคือเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว K7 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,792กรัม อุณหภูมิช่วงเพาะและเก็บผลผลิตเฉลี่ย 27-30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 75-85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเห็ดจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรก ใช้เวลาเฉลี่ย 27 – 35 วัน ซึ่งให้ผลแตกต่างจากข้อมูลของอานนท์ (2554 ) ที่มีส่วนผสมของใบไผ่ และกิ่งไผ่ : รำละเอียด อัตราส่วน 95 :5 โดยดอกเห็ดมีระยะเวลาในการพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรก ใช้เวลาเฉลี่ย 35-45วัน นอกจากนั้นผลการทดลองของ วราพร และคณะ (2558) ศึกษาวัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอก รูปแบบแปลงเพาะ ภายในโรงเรือน มีส่วนผสมฟางข้าว : ขุยมะพร้าว : รำละเอียด : ปูนขาว อัตรา(47 :47 :5 :1) ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อแปลง 1,118.4 กรัม/แปลง ดอกเห็ดมีระยะเวลาในการพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรก ใช้เวลาเฉลี่ย 30 - 45 วัน

  1. วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ และทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน (Acute toxicity)
    3.1 ผลวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ จากตัวอย่างดอกแห้งของเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว ไอโซเลท K 8 จากการเพาะเลี้ยง จำนวน 16 รายการ พบว่ามีโปรตีน 22.83 กรัม คาร์โบไฮเดรต 52.91 กรัม ไขมัน 1.45 กรัม ใยอาหาร 12.42 กรัม ในส่วนของเกลือแร่พบว่ามีแคลเซียม 51.05 กรัม เหล็ก 7.73 กรัม แมกนีเซียม 1.2 กรัม ซิลิเนียม 1.01 มิลลิกรัม และ สังกะสี 56.34 มิลลิกรัม กลุ่มพวกวิตามินพบ วิตามินซี 23.30 มิลลิกรัม B2 0.63 มิลลิกรัม B3 0.63 มิลลิกรัม B5 2.61 มิลลิกรัม B7 0.01 มิลลิกรัม B9 0.02 มิลลิกรัม และ B12 0.005 มิลลิกรัม
    ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มได้ดังนี้ กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี ซิลิเนียม สังกะสี มีส่วนป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ กลุ่มสารที่มีส่วนช่วยกระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม รวมถึงกลุ่มสารที่มีส่วนช่วยกระบวนการทำงานของสมองด้านการเรียนรู้ การจดจำ ได้แก่เหล็ก folic (วิตามิน B9) และวิตามิน B 12 อ้างอิงจาก คณะกรรมการจัดทำข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (2546)
    3.2 ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง (Acute oral toxicity) โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตามหลักการของ OECD 420 พบว่าหนูกลุ่มทดลองไม่แสดงอาการผิดปกติภายหลังได้รับตัวอย่าง หนูทุกตัวมีชีวิตรอดครบกำหนด และผลการผ่าซากชันสูตรไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายใน ซึ่งอยู่ในระดับความปลอดภัยระดับที่ 5 โดยมีค่า LD 50 ที่ 5,000 mg/kg แสดงให้เห็นว่าเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว ไอโซเลท K8 ไม่มีความเป็นพิษ และมีความปลอดภัยในการนำมาบริโภค
  2. การคิดต้นทุน และผลตอบแทน
    เมื่อพิจารณาการคิดต้นทุน และผลตอบแทนการเพาะเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว ไอโซเลท K8 ซึ่งประกอบด้วยการเตรียมวัสดุเพาะ 3 ขั้นตอนคือ วัตถุผลิตเชื้อขยาย วัสดุผลิตเชื้อเพาะ วัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอก และวิธีการเพาะที่แตกต่างกัน 2 วิธี คือ วิธีการเพาะในตะกร้า และวิธีการเพาะแบบขึ้นชั้น พบว่าวิธีการเพาะในตะกร้า ให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนสูงกว่าวิธีการเพาะแบบขึ้นชั้น โดยมีค่า BCR = 5.15
  3. สำหรับข้อควรระวังวิธีการเพาะในตะกร้า คือการเข้าทำลายของศัตรูเห็ด เช่น ด้วงเจาะดอก และหอยทากเข้าทำลายในระยะดอกตูม และการให้ผลผลิตได้เพียง 1 รุ่น ซึ่งแตกต่างจากวิธีการเพาะแบบขึ้นชั้น เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนการลงทุน ในรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 อีกทั้งยังลดปัญหาการเข้าทำลายของแมลงศัตรูเห็ดได้อีกทางหนึ่ง
  4. การขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์
    5.1 การจัดนิทรรศการ แปลงสาธิต ในวันที่ 16 มกราคม 2562 ถวายรายงานการจัดนิทรรศการ และแปลงสาธิตการเพาะเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทย ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรี สินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒนรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

5.2 การจัดทำแปลงศูนย์เรียนรู้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรได้เห็นแนวทางการปฏิบัติ และนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมตามความต้องการการเพาะเห็ดร่างแห ดำเนินการ 2 ศูนย์ คือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา และโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลาโดยแบ่งเป็น 2 ฐานคือ
ฐานที่ 1 ฐานการเรียนรู้ เป็นการสร้างความรับรู้ให้เกษตรกรและผู้สนใจ
ฐานที่ 2 ฐานการสาธิต และฝึกปฏิบัติ

สรุปผลการทดลอง

จากการรวบรวบเห็ดร่างแห ชนิดที่บริโภคได้ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างจำนวน 9 สายพันธุ์ จากนั้นจึง นำมาจำแนกได้เป็น 2 ชนิดคือเห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว (Phallus atrovolvatus แล P. merulinus ) และเห็ดร่างแหกระโปรงยาวสีขาว (P. echinovolvata) แล้วจึงนำเส้นใยเห็ดร่างแหดังกล่าวพร้อมเชื้อพันธุ์เปรียบเทียบ มาศึกษาเทคโนโลยีการเพาะ โดยมีขั้นตอนการเพาะ 3 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1การผลิตเชื้อขยาย (mother spawn) พบว่าหลินจือเป็นวัสดุผลิตเชื้อขยายที่ดี เนื่องจากเส้นใยมีความหนา และใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อน้อย

ขั้นตอนที่ 2 ผลิตเชื้อเพาะ (Spawn) พบว่าสูตรที่ 1 มีส่วนผสมของขี้เลื้อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : ปูนขาว : ดีเกลือ : ยิปซัม อัตรา (90 : 5 : 1 : 2 : 2) โดยน้ำหนัก ใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อเฉลี่ย 32.63 วัน

ขั้นตอนที่ 3 วัสดุเพาะที่เหมาะสมต่อการเกิดดอก และรูปแบบการเพาะพบว่าสูตรที่ 7 มีส่วนผสมของใบไผ่และกิ่งไผ่ : แกลบดิบ : ขุยมะพร้าว อัตรา (50:25:50) รูปแบบการเพาะแบบขึ้นชั้น ในสภาพโรงเรือน เหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นต้นแบบการเพาะเห็ดร่างแหเมื่อเปรียบกับพันธุ์การค้า นอกจากนั้นการคัดเลือกสายพันธุ์ยังพบว่า เห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว ไอโซเลท K8 ให้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยสูง 3,170 กรัม ยังมีคุณค่าทางโภชนาการ และสาระสำคัญซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ในด้านอาหารมีคุณค่าในเชิงบำบัดโรค เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย และกลุ่มผู้รักสุขภาพต่อไปในอนาคต

  1. วัสดุผลิตเชื้อเพาะ (Mother spawn) ผลิตจากหลินจือ เส้นใยมีความหนาแน่นมาก ระยะเวลาบ่มเชื้อ 30 วัน
  2. วัสดุผลิตเชื้อเพาะ (spawn) ส่วนผสมของขี้เลื้อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : ปูนขาว : ดีเกลือ :ยิปซัม อัตรา (90 : 5 : 1 : 2 : 2) โดยน้ำหนักใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อ เฉลี่ย 32.63 วัน
  3. วัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอกมีส่วนผสมของ ขี้กบไม้ไผ่ แกลบดิบ ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 50:25 :50 ระยะเวลาในการพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรก ใช้เวลาเฉลี่ย 27- 35วัน
  4. ราคาต้นทุนการผลิตวัสดุผลิตเชื้อเพาะผลิตจากหลินจือต้นทุนขวดละ 120 บาท (หลินจือ 1 กก/1,000บ) วัสดุผลิตเชื้อเพาะ (spawn) ราคาก้อนละ 25 บาท/ก้อน
  5. เทคโนโลยีการเพาะวัสดุผลิตเชื้อเพาะ (Mother spawn) ผลิตจากเมล็ดข้าวฟ่างเส้นใยบางระยะบ่มเชื้อ 45 วัน
  6. 2.วัสดุในการผลิตเชื้อเพาะ (spawn)มีส่วนผสมของขี้เลื้อยไม้ยางพารา : รำละเอียด : หินฟอตเฟต : โดโลไมท์ อัตรา (67 : 30 : 2 :1) โดยน้ำหนัก ใช้ระยะเวลาบ่มเชื้อเฉลี่ย 56.5 วัน
  7. วัสดุเพาะที่เหมาะสมในการเกิดดอกมีส่วนผสมของใบไผ่ และกิ่งไผ่ :รำละเอียด อัตราส่วน 95:5
    ระยะเวลาในการพัฒนาตุ่มดอกจนเก็บผลผลิตครั้งแรก ใช้เวลาเฉลี่ย 35-45วัน
  8. ราคาต้นทุนการผลิต
    1.วัสดุผลิตเชื้อเพาะจากเมล็ดข้าวฟ่าง
    ต้นทุนขวดละ 6.50 บาท (ข้าวฟ่าง 1กก/30 บ)
    ราคาขายท้องตลาด 200 -250 บาท
    2.วัสดุผลิตเชื้อเพาะ(spawn) ราคาก้อนละ9.50 บ
    ราคาขายท้องตลาด 35- 50 บาท/ก้อน
  9. การนำไปใช้ประโยชน์ได้ผลิตภัณฑ์อาหาร (เห็ดร่างแหชนิดสด เห็ดร่างแหชนิดแห้ง) ซึ่งปัจจุบันนำไปจำหน่าย โดยวิสาหกิจชุมชน สวนลุงวร อ.ควนเนียง จ.สงขลา.
  10. ได้ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง จากการนำเมือกของเห็ดร่างแห ซึ่งมีสารพฤษาเคมี ได้แก่ คอลลาเจน และเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งมีบทบาทช่วยกระตุ้นให้เซลล์ใต้ผิวหนังของร่างกายยับยั้งการผลิตเม็ดสี และคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิว ซึ่งในการวิจัยนี้ได้ทำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเป็นเวชสำอาง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแห โดยมีผู้ประกอบการผลิตเครื่องสำอาง ในชื่อการค้า Candy Keeta (เลขที่จดแจ้ง 10-1-5968736)
  11. ในส่วนของวัสดุที่เหมาะสมต่อการเกิดดอก เมื่อผ่านกระบวนการเก็บผลผลิตแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกให้แก่ พืชผักได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากมีอินทรียวัตถุ และสารอาหารที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

คำขอบคุณ
ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ คุณหญิงประไพศรี พิทักษ์ไพรวัน ดร.หทัยรัตน์ อุไรรงค์ คุณสุวลักษณ์ ชัยชูโชติ ผู้ผลักดัน และให้คำปรึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ของงานวิจัย ด้วยดีเสมอมา ขอขอบคุณ คุณวราพร ไชยมา ผู้ให้ความอนุเคราะห์เชื้อพันธุ์เห็ดร่างแหเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบสายพันธุ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชมสวนลุงวร อ.ควนเนียง จ.สงขลา และคุณสมนึก กุลมณี ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จ.สงขลา ซึ่งนำเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแห ไปใช้ประโยชน์


เอกสารอ้างอิง
วราพร ไชยมา อนุสรณ์ วัฒนกุล กรกช จันทร. 2558. ศึกษาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหในภาคกลาง. รายงานผลงานเรื่องเต็มการทดลองที่สิ้นสุด. สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ
วรวิกัลยา เกียรติ์พงษ์ลาภ. ซินโครตรอน วิจัยพบ “เห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์จีน” สุดมหัศจรรย์อุดมไปด้วยสาร คุณประโยชน์สูงเร่งต่อยอดผลิตอาหารเสริม-เวชสำอาง.สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
อรทัย เอื้อตระกูล. 2559. สารตกค้าง เห็ดนำเข้าจากประเทศจีน. วารสารเคหการเกษตร ฉบับเดือน กรกฎาคม 2559. หน้า 142-146.
อานนท์ เอื้อตระกูล. 2554. คู่มือการเพาะเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์จีน. กรุงเทพมหานคร
Calonge. F.D, Kreisel H. and Mata. M. 2005. Phallus atrovolvatus, a new species From Costa Rica. Bol. Soc. Micol Madrid.29:5-8

งานวิจัยโดย นพวรรณ นิลสุวรรณ อุมาพร เพชรพรรณ นูรีดา สาและ บรรเทา จันทร์พุ่ม จิระ สุวรรณประเสริฐ ธัชธาวินท์ สะรุโณ อภิญญา สุราวุธ ภรณี สว่างศรี สุวลักษณ์ ชัยชูโชติ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s