กาแฟ ได้ไปต่อ?

ปี 2562 ความต้องการบริโภคกาแฟโลกอยู่ที่ 9.83 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 และปี 2561 ที่มีปริมาณ 9.23 และ 9.57 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นประมาณ 2.1% ต่อปี

ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ดังนี้ บราซิล เวียดนาม อินโดนีเซีย  โคลัมเบีย อินเดีย เม็กซิโก เปรู และไทย ปริมาณที่ผลิตได้ 2.96, 1.46, 0.69, 0.65, 0.31, 0.27, 0.25 และ 0.03 ล้านตัน เป็นอาราบิกา ประมาณ 1 แสนกระสอบ และ โรบัสตา 7 หมื่น กระสอบ(60 กก)

ลำดับประเทศส่งออกกาแฟ ปี 2018

  1. Brazil: US$4.4 billion (14.1% of total coffee exports)
  2. Vietnam: $3.3 billion (10.5%)
  3. Germany: $2.5 billion (8.2%)
  4. Switzerland: $2.4 billion (7.6%)
  5. Colombia: $2.3 billion (7.5%)
  6. Italy: $1.7 billion (5.4%)
  7. France: $1.2 billion (3.7%)
  8. Honduras: $1.1 billion (3.6%)
  9. Belgium: $867.9 million (2.8%)
  10. United States: $861.2 million (2.8%)
  11. Ethiopia: $856.9 million (2.8%)
  12. Netherlands: $825.9 million (2.7%)
  13. Indonesia: $817.8 million (2.6%)
  14. Guatemala: $812.4 million (2.6%)
  15. Peru: $667.9 million (2.1%)

อุตสาหกรรมกาแฟไทยที่เติบโตไปในทิศทางเดียวกับกาแฟโลก โดยในช่วงปี 2558 – 2562 ปริมาณความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปในไทยมีอัตราเพิ่มขึ้น 6.21% ต่อปี หรือเฉลี่ยที่ปีละ 78,953 ตัน

ไทยสามารถผลิตเมล็ดกาแฟดิบได้ประมาณ 24,000 ตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงยังต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปบริโภคในประเทศและส่งออก โดยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ไทยนำเข้ากาแฟจากอาเซียน อาทิ เวียดนาม (92%) ลาว (7%) และอินโดนีเซีย (0.3%) โดยเก็บภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบที่ 5% และยกเว้นการเก็บภาษีสำหรับเมล็ดกาแฟคั่ว

การผลิตกาแฟสำเร็จรูปจะพบว่า ในช่วงปี 2559 – 2562 ไทยส่งออกกาแฟสำเร็จรูปเฉลี่ยถึง 29,876 ตันต่อปี มูลค่า 3,560 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ สปป.ลาว (24%) เมียนมา (29%) กัมพูชา (18%) ฟิลิปปินส์ (13%) และจีน (7%) ซึ่งหากเทียบอันดับการส่งออกสู่ตลาดโลกแล้ว พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ส่งออกกาแฟสำเร็จรูปของโลก โดยในปี 2561 ส่งออกไปโลก 28,473 ตัน

กาแฟไทย ไทยยังเป็นผู้ส่งออกกาแฟสำเร็จรูปสำคัญของโลก สำหรับประเทศไทยมีความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศ ปี 2561 อยู่ที่ 95,000 ตันต่อปี แต่ภายในประเทศผลิตได้เพียง 23,617 ตัน จึงต้องนำเข้าถึง 68,616 ตัน หรือคิดเป็น 72%

ตลาดกาแฟไทย 38,000 ล้านบาทเดือด ยักษ์ใหญ่ “เนสท์เล่-ซีพี ออลล์-สตาร์บัคส์-เบอร์ดี้-เขาช่อง” แห่ยื่นขอนำเข้าเมล็ดกาแฟพุ่ง 48,000 ตัน เหตุราคาเมล็ดกาแฟตลาดโลกร่วงต่ำกว่าเมล็ดกาแฟในประเทศเกือบ 20-25 บาท/กก. ส่งผลเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยทั้งภาคใต้-ภาคเหนือกระอักร้องรัฐเลื่อนเวลานำเข้าออกไปก่อ

ในปัจจุบันสัดส่วนการใช้กาแฟคั่วบดคิดเป็นปริมาณ 25-30% ของการใช้ภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนน้อยหากเทียบกับการใช้กาแฟอินสแตนต์ ที่ใช้เป็นส่วนผสมของกาแฟ 3 in 1 ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 75-80%

บริษัทผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่ยื่นเรื่องขอนำเข้าเมล็ดกาแฟต่อคณะกรรมการพืชสวนกาแฟ ประกอบไปด้วย 1) บริษัทเนสท์เล่ กาแฟโรบัสต้า 40,300 ตัน-อราบิก้า 300 ตัน 2) บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ ผู้ผลิตกาแฟเบอร์ดี้ กาแฟโรบัสต้าจำนวน 2,800 ตัน 3) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (ประเทศไทย) โรบัสต้า 3,500 ตัน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้วมากกว่าเท่าตัว 4) บริษัท ยาคอปฯกาแฟโรบัสต้า 1,500 ตัน และ 5) อื่น ๆ ขอนำเข้ารายละ 60-600 ตันอีกหลายราย

รวมทั้งหมดขออนุญาตนำเข้ากาแฟประมาณ 48,000 ตัน แบ่งเป็น โรบัสต้า 40,615 ตัน(95%) กับอราบิก้า 2,560 ตัน โดยปีนี้มีข้อน่าสังเกตว่า บริษัทเนสท์เล่เพียงรายเดียวก็นำเข้าเมล็ดกาแฟไปแล้วถึง 40,300 ตัน หรือมากกว่าปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศที่ผลิตได้ทั้งหมด

ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าในตลาดโลก อยู่ประมาณ 47–50 บาท/กก. ในขณะที่ราคาเมล็ดกาแฟไทยขายอยู่ประมาณ 70 บาท/กก. หรือมีราคาต่างกันอยู่ 20–25 บาท/กก. ส่งผลให้ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่ของไทยหลายรายรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากชาวสวนไปแค่ร้อยละ 40 จากปริมาณผลผลิตทั้งหมด (ที่มา: https://www.prachachat.net/local-economy/news-298890)

ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในต้นปี 2563 ประเทศไทยจะต้องเปิดเสรีสินค้าเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟ ลดภาษีศุลกากรลงเหลือ 0% จากอัตราภาษีเดิมที่อยู่ที่มากกว่า 90% การลดภาษีนำเข้าตามความตกลงเปิดการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ว่า ไทยต้องยกเลิกโควตาและลดภาษีเมล็ดกาแฟดิบ-เมล็ดกาแฟคั่ว-กาแฟสำเร็จรูปเป็น 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2563 จากเดิมที่เมล็ดกาแฟ จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเกษตรที่มีการกำหนดโควตานำเข้า (TRQ) ปีละ 5.25 ตัน ภาษี 4% หากนำเข้านอกโควตามีภาษี 81% ส่วนกาแฟสำเร็จรูป กำหนดโควตาปีละ 134 ตัน ภาษีนำเข้า 5.33% หากนำเข้านอกโควตามีภาษี 44.1%

กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานข้อมูลเนื้อที่ปลูกปี 2559 มี 349,322 ไร่ (54% เป็นโรบัสต้า) จํานวนผู้ปลูก 38,162 ราย พื้นที่ปลูก 34 จังหวัด ผลผลิตรวม 37,290 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 134 กิโลกรัม ราคาขายได้ต่อกิโลกรัม 46.62 บาท ปี2561 สศก. รายงานพื้นที่ปลูก 248,882 ไร่ ผลผลิต 24,614 ตัน ต้นทุนการผลิต 4,123 บาท/ไร่ หรือ 28 บาท/กก. (เวียดนาม 38 บาท/กก.)

สรุปภาพรวม เมื่อความต้องการกาแฟมีมากต้องนำเข้ามาก ไทยจึงยังขยายพื้นที่ปลูกได้อีก แต่ที่จะตามมา คือ ราคาจะลดลง เนื่องจากราคาตลาดโลกยังต่ำ

Premium Coffee” กับ “Specialty Coffee” แตกต่างกัน สำหรับ “Premium Coffee” คือ กาแฟประเภทใดก็ได้ แต่คัดเลือกให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน ทำออกมาด้วยความพิถีพิถัน ขณะที่ “Specialty Coffee” ลงลึกไปถึงคุณภาพสายพันธุ์กาแฟ แหล่งปลูก องค์ประกอบของดิน สภาพอากาศ ความสูงจากระดับน้ำทะเล กระบวนการทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว 

กาแฟอราบิกากับภาคใต้

สายพันธุ์กาแฟที่นิยม โดยทั่วไปจะมีอยู่ 4 สายพันธุ์ คือ
1. กาแฟอราบิก้า (Arabica)
2. กาแฟโรบัสต้า (Robusta)
3. กาแฟเอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)
4. กาแฟลิเบอริก้า (Liberica)

โรคของกาแฟอราบิกา ยุคก่อนปี 2530 มีความเสียหายมากจากราสนิม แต่หลังปี 2530 ได้มีสายพันธ์ลูกผสมของคาติมอร์ที่ต้านทานดีขึ้น และล่าสุดมีการสำรวจพบว่ามีการระบาดของแอนแทรกโนสเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีการระบาดของราสนิม

กาแฟอาราบิกา “พันธุ์เชียงใหม่ 80” อายุเก็บเกี่ยว ขึ้นกับระดับความสูง คือ 700-900 เมตร อายุเก็บเกี่ยว 5.5 – 6 เดือน และที่ระดับความสูง 1,000-1,300 เมตร อายุการเก็บเกี่ยว 8-9 เดือน
ผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบ หลังจากปลูก 3 ปี 86 กิโลกรัม/ไร่ และหลังจากปลูก 7 ปี เฉลี่ย 215 กิโลกรัม/ไร่
ให้ปริมาณสารกาแฟ green bean เกรด A เฉลี่ย 41.16% ต้านทานโรคราสนิมสูง ปริมาณคาเฟอีน 0.42% ควรปลูกภายใต้สภาพร่มเงาที่เป็นธรรมชาติ หรือระหว่างแถวไม้ผลยืนต้น เช่น มะคาเดเมีย บ๊วย ลิ้นจี่ เนื่องจากไม่ทนต่อสภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้ง

อ้างอิง

สำรวจ รวบรวมและจำแนกชนิดโรคกาแฟอาราบิก้าในประเทศไทย Surveying collecting and identification diseases of Arabica coffee in Thailand ยุทธศักดิ์ เจียมไชยศรี และคณะ

ที่มา หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,544 วันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2563

https://www.prachachat.net/local-economy/news-298890

http://www.akhacoffeethailand.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s