ร่างแผนพัฒนากาแฟ โดยกรมวิชาการเกษตร ตอนที่ 3 ปัญหาและความท้าท้าย

ประเด็นปัญหา
ด้านการผลิตและลดต้นทุนการผลิต
กาแฟโรบัสตา
1) เกษตรกรไม่ให้ความสำคัญในการคัดเลือกพันธุ์ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุน มีแรงจูงใจที่เพียงพอ รวมทั้งการเข้าถึงพันธุ์ดีที่เหมาะสมมีน้อย ทำให้ผลผลิตต่ำไม่ต้านทานโรค ไม่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2) พื้นที่ปลูกกาแฟมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ทุเรียน ทำให้เกษตรกรโค่นกาแฟทิ้ง
3) พื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสตาส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ในพื้นทีไม่มีเอกสารสิทธ์ทำให้ไม่ได้รับการ การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น การรับรองแปลง GAP เพื่อเพิ่มมูลค่าและมาตรฐานของกาแฟ
4) ระบบการปลูกกาแฟแบบเดิม เป็นแบบต่างคนต่างทำ ไม่มีการรวมกลุ่มกัน
5) เกษตรกรไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตกาแฟที่เหมาะสม (การจัดการดิน การเกษตรกรรม เครื่องมือ เครื่องจักรกล
6) กาแฟที่มีคุณลักษณะเฉพาะมีน้อย (คุณภาพ/พรีเมี่ยม)
กาแฟอะราบิกา
1) พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้ไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น พื้นที่ปลูกอยู่ในเขตภูเขา ชาวเขาถือครองมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอินทรีย์
2) สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้โรคและแมลงเกิดการปรับตัวสร้างความหลากหลาย และความรุนแรงมากขึ้นทุกปี เช่น โรคราสนิม โรคแอนแทรกโนส และการระบาดของมอดเจาะผลกาแฟ ส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพของกาแฟอะราบิกาเป็นอย่างมาก
3) เกษตรกรไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องในการการจัดการเทคโนโลยีการผลิต เช่น การเลือกใช้ต้นพันธุ์ดี การจัดการสวนที่ถูกต้อง เป็นต้น การจัดการผลผลิตตกค้างในแปลงให้หมดเพื่อลดการเข้าทำลายของโรคและแมลง

ด้านการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม
กาแฟโรบัสตา
1) ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ในการแปรรูปและขาดองค์ความรู้ในการจัดการกระบวนการแปรรุป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตรงตามมาตรฐานและความต้องการของตลาด
2) ไม่มีหน่วยงานกลางในการตรวจสอบมาตรฐานสากลและคุณภาพของผลิตภัณฑ์แปรรูป
3) การรวมกลุ่มในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยังขาดการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน
4) ยกระดับการผลิตคุณภาพในระดับอุตสาหกรรมและ Fine Robusta
กาแฟอะราบิกา
1) ความหลากหลายของมาตรฐาน (มกอช., มอก, มกษ, SCA, COE และอื่นๆ) ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถยึดถือในการปฏิบัติ
2) ไม่มีองค์กรกลางในการจัดการบริหารจัดการการตลาดและสื่อสารความเข้าใจระหว่างผู้ซื้อและเกษตรกร
3) มาตรฐานเครื่องจักรกลในการแปรรูปกาแฟของไทยไม่ได้มาตรฐาน และเครื่องตรวจสอบคุณภาพจากต่างประเทศมีราคาสูง ยังต้องนำเข้า
4) ยังไม่เกิดการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อการแปรรูปที่ชัดเจนและเข้มแข็ง
5) การบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูปกาแฟ ได้แก่ เชอร์รี่ เมือก น้ำเสีย กะลา เป็นต้น
6) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคกาแฟ
7) ขาดทักษะ/องค์ความรู้ในการคั่วกาแฟและการส่งเสริมการคั่วที่สะอาด ปลอดภัย และเพื่อควบคุมคุณภาพของกาแฟ โดยเฉพาะสารพิษ Ochratoxin (OTA), Acrylamide, Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs)
8) มีเฉพาะการส่งเสริมการสร้างแบรนด์ แต่เกษตกรไม่ทราบถึงกระบวนการคั่วที่แท้จริง
9) พนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐที่ไปส่งเสริมในการแปรรูปกาแฟขาดความรู้และความเข้าใจทำให้เกิดการแปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น นำเครื่องคั่วพริกไปใช้คั่วกาแฟ
10) กาแฟถูกกำหนดให้เป็นสารก่อมะเร็งชนิด Class 2B- Probable Cancerogenic Agent
11) ขาดจริยธรรมในการผลิตสินค้า Geographical Indication: GI
12) ไม่มี Certification ที่เพิ่มมูลค่าเพิ่ม

ด้านการตลาด
กาแฟโรบัสตา
1) เมล็ดกาแฟดิบในสหกรณ์ระนองหาตลาดรับซื้อไม่ได้ จำนวน 270 ตัน เนื่องจากราคานำเข้าถูกกว่า
2) ปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความจริงใจ ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ จึงไม่เกิดความยั่งยืน
3) ราคากาแฟเกรดอุตสาหกรรมในประเทศสูงกว่าตลาดโลก เพราะเราประกันราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทำให้เป็นช่องว่างของผู้ประกอบการ
กาแฟอะราบิกา
1) โครงสร้างการกำหนดราคาถูกบิดเบือน เกษตรกรเกิดความเข้าใจผิดว่าจะสามารถขายได้ราคาสูง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การปั่นราคา การลักลอบนำเข้ากาแฟจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทุนการผลิตสูงโดยเฉพาะค่าแรง ภาษีนำเข้าสูง
2) ไม่มีหน่วยงานกลางในการกำหนดมาตรฐาน คุณภาพผลผลิต และราคา
3) ผู้บริโภคหันไปใช้กาแฟทดแทนจากต่างประเทศ

  • ตลาด commodity ปัจจุบันมีการใช้มากกว่า 100%
  • ตลาด specialty ขึ้นอยู่กับราคา
    4) การผลิตไม่สะท้อนสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
    5) โครงสร้างการกำหนดราคาถูกบิดเบือนจากหลายสาเหตุ เช่น การลักลอบนำเข้ากาแฟจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทุนการผลิตสูงโดยเฉพาะค่าแรง
    6) กาแฟไทยสามารถเก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง และมีสายพันธุ์ที่ปลูกน้อย ไม่ตอบสนองความต้องการของตลาด
    7) ราคาวัตถุดิบสูง ขาดความสามารถในการแข่งขัน
    8) ผลกระทบจากการค้าเสรีต่อผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลาง
    9) ผู้บริโภคขาด brand royalty ต่อกาแฟไทย
    10) นโยบายรัฐบาลไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด เช่น มีการส่งเสริมการปลูกกาแฟโดยใช้ระบบเกษตรอินทรีย์ แต่ตลาดกาแฟอินทรีย์ในไทยและตลาดโลกมีอัตราการเติบโตช้า
    11) ส่งเสริมการผลิตกาแฟให้ตรงกับความต้องการของแต่ละ Market segment
    12) ขาดงานวิจัยและแนวโน้มทางการตลาด ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ด้านการวิจัยและพัฒนา
กาแฟโรบัสตา
1) พันธุ์กาแฟเริ่มไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2) การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมีผลต่อผลผลิตของกาแฟ
3) การบริหารจัดการภายในสวนกาแฟของเกษตรกร เช่น การให้น้ำ การจัดการดิน
4) การเชื่อมโยงองค์ความรู้ การเข้าถึงข้อมูลของเกษตรกร/การถ่ายทอดเทคโนโลยี
5) การวิจัยการจัดเขตการผลิตกาแฟที่เหมาะสม(Zoning) และสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ และภูมิสังคม
6) การระบาดของศัตรูพืชเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น มวนยุงที่ทำลายช่อดอกกาแฟ
กาแฟอะราบิกา
1) พันธุ์ต้านทานโรคราสนิมสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ผลผลิตต่ำ
2) การระบาดโรคแอนแทรกโนส ทำให้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพลดลง
3) การระบาดของมอดเจาะผลกาแฟ ทำให้คุณภาพกาแฟลดลง
4) การออกดอกกาแฟไม่พร้อมกัน ทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิตด้านแรงงานในการเก็บเกี่ยว
5) ไม่มีระบบไม้บังร่มในแปลงกาแฟที่เหมาะสม ทำให้อายุการเก็บเกี่ยวสั้นลง ต้นโทรม คุณภาพลดลง
6) ไม่มีระบบการจัดการน้ำหลังขบวนการแปรรูป ทำให้เกิดน้ำเสียในชุมชน/สิ่งแวดล้อม
7) ขาดการพัฒนากระบวนการแปรรูปกาแฟ ขาดความหลากหลายในผลิตภัณฑ์กาแฟ ทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันในตลาด
8) การเก็บรักษาไม่ถูกวิธี และขาดแรงงานในการเก็บเกี่ยว ทำให้คุณภาพลดง
9) ขาดข้อมูลอัตตลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น ทำให้เสียโอกาสในด้านการตลาด
10) การปลอมปนกาแฟ และขาดวิธีและเทคโนโลยีในการตรวจสอบ ทำให้คุณภาพต่ำ ขาดความน่าเชื่อถือ

ด้านการบริหารจัดการ
กาแฟโรบัสตา
1) ขาดหน่วยงานที่มีอำนาจสั่งการในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ขาดการเชื่อมโยงในการติดตามประเมินผลในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ทำให้ไม่ทราบความเคลื่อนไหวและผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์
2) ราคาที่สหกรณ์รับซื้อสูงกว่าราคาตลาดในขณะที่คุณภาพสินค้าอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้รับซื้อ ส่งผลให้สหกรณ์ฯ ไม่สามารถขายผลผลิตได้/ขาดทุนจากการดำเนินงาน
3) ขาดการจัดการองค์ความรู้ ตลอด Value Chain ของกลุ่มเกษตรกร/ วิสาหกิจชุมชน/ สหกรณ์ฯ ทำให้ ผลผลิตที่ได้ขาดคุณภาพ ราคาตกต่ำ
4) การขยายพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าปลอดภัย GAP/Organic ได้ อาจทำให้เกิดการสวมสิทธิ์และไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเกษตรกรจะขาดโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
5) ผลผลิตในประเทศมีไม่เพียงพอ และมีคุณภาพต่ำ ไม่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการนำเข้า ไม่เอื้อต่อภาคอุตสาหกรรมกาแฟ เพิ่มขั้นตอนในการนำเข้าและความยุ่งยากในการบริหารจัดการ
กาแฟอะราบิกา
1) ข้อมูลไม่เป็นเอกภาพ ข้อมูลของภาครัฐและเอกชนไม่ตรงกัน จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรมกาแฟอะราบิกาได้ ข้อมูลต้นน้ำ เช่น การผลิต กลางน้ำ เช่น การแปรรูป นวัตกรรม การตลาด ปลายน้ำ เช่น การตลาด ไม่มีคุณภาพ ขาดการเชื่อมโยงระหว่างกัน ไม่สามารถดึงมาใช้ประโยขน์ได้อย่างสะดวก มีความยุ่งยาก ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลการคาดการณ์แนวโน้ม การขาดการจัดการข้อมูลที่สำคัญ และบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เผยแพร่ข้อมูล ตลอดจนผู้รับซื้อผลผลิตกาแฟอะราบิกา เช่น สหกรณ์ วิสหกิจชุมชน หรือพ่อค้าคนกลาง ประสบปัญหาการขาดทุน เนื่องจากรับซื้อผลผลิตในราคาสูง แต่ไม่สามารถคาดการณ์ราคาของตลาดโลกได้ จึงเกิดภาวะขาดทุน
2) การรวมกลุ่มของเครือข่ายผู้ผลิตกาแฟอะราบิกาประเทศไทย และผู้ซื้อรวมตัวกันแบบไม่เข้มแข็ง มีการรวมตัวเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ จึงเป็นการรวมกันแบบหลวมๆ บางส่วน จึงไม่สามารถบริหารจัดการผลผลิตได้ทั้งระบบ
3) นโยบายการค้าเสรีที่ให้มีการนำเข้ากาแฟแปรรูป ภาษีร้อยละ 0 กระทบต่อผู้ประกอบการแปรรูปในประเทศ

ความท้าทายในอนาคต
ด้านการผลิตและลดต้นทุนการผลิต
กาแฟโรบัสตา
1) ปรับปรุงพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกษตรกรสามารถปรับปรุงพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ด้วยตนเอง
2) การสร้างอัตลักษณ์/ GI เพื่อเพิ่มมูลค่าและราคา เช่น กาแฟคุณภาพ/พรีเมี่ยม
3) ส่งเสริม ให้ความรู้ ระบบการปลูกพืชกาแฟร่วมกับพืชอื่น ลดความเสี่ยงเรื่องรายได้ ปลูกพืชอย่างยั่งยืน (กรณีแปลงใหม่)
4) พัฒนาการปลูกกาแฟในพื้นที่ปลูกเดิมให้ยั่งยืนและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้ เป็นระบบนิเวศน์สวนกาแฟ เช่น สวนผสมผสาน
5) สร้างกลุ่มเกษตรกรเพื่อการบริหารจัดการในกลุ่ม ให้เข้มแข้ง และมีอำนาจการต่อรอง
6) สร้างแอพพลิเคชั่นการจัดการฟาร์มที่ดี เทคโนโลยีการปลูกและการจัดการฟาร์ม และการเตือนภัยการเกษตรให้มีความแม่นยำและถูกต้อง
7) สร้างเกษตรกรต้นแบบ (smart farmer)
8) สร้างแปลงกาแฟอัจฉริยะ (Premium) การปลูกกาแฟในระบบโรงเรือนปิดควบคุมสภาพแวดล้อม
กาแฟอะราบิกา
1) ยกระดับคุณภาพผลผลิตได้ให้มาตรฐานระดับสากล (มีการจัดทำแผนบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ)
2) สร้างนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมต่อการผลิตกาแฟอะราบิกา (พันธุ์/ปรับปรุงพันธุ์ , การจัดการสวน)
3) การพัฒนาด้านคุณภาพผลผลิตสู่ความเป็นเลิศสามารถแข่งขันได้ (ส่งเสริมและสนับสนุนต้นพันธุ์ดี , จัดทำแปลงสาธิต ,ดูงาน)
การแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม
กาแฟโรบัสตา
1) ส่งเสริม ให้ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟให้มีความหลากหลายและได้มาตรฐาน โดยใช้วัตถุดิบจากกาแฟทุกส่วน (Zero Waste)
2) จัดตั้งหน่วยงาน/สถาบันกลาง ให้ความรู้ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมทั้งตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์
กาแฟอะราบิกา
1) การสร้างมาตรฐานกลางของไทยและหน่วยงานรับรอง และระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2) การแบ่งตลาดเพื่อการแปรรูปให้ชัดเจน ได้แก่ ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) และตลาดกาแฟทั่วไป (Common Coffee)
3) ยกระดับมาตรฐานการแปรรูปกาแฟให้เป็นกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee

4) ภาครัฐต้องอุดหนุนให้ผู้ประกอบการพัฒนาเครื่องจักรหรืออุดหนุนการนำเข้าเครื่องจักร เช่นเครื่องวัดความชื้น
5) ส่งเสริมการรวมตัวเพื่อการแปรรูปเพื่อพัฒนาการยกระดับมาตรฐานชุมชนโดยมุ่งสู่อุตสาหกรรมกาแฟขนาดใหญ่ระดับกลางและขนาดใหญ่
6) การบริหารจัดการสู่ระบบ Zerowaste เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Eco-friendly
7) การแปรรูปกาแฟเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น เปรี้ยวเพิ่มขึ้น อุมามิ โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม indies
8) สร้างมาตรฐานและส่งเสริมความปลอดภัยของคุณภาพกาแฟและเมล็ดกาแฟคั่วให้สะอาดปลอดภัยและควบคุมสารพิษส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้อง
9) มีการนำไปพัฒนากาแฟโบราณ
10) ส่งเสริมความรู้การสร้างอาชีพนักคั่วกาแฟที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมการคั่วกาแฟให้ได้มาตรฐานและทางการ
11) ส่งเสริม อบรมเจ้าหน้าที่ไปส่งเสริมและตรวจสอบการส่งเสริมเจ้าหน้าที่ให้มีการนำเทคโนโลยีไปถ่ายทอดให้ถูกต้องและการพัฒนามาตรฐานร่วมกัน
12) ส่งเสริม Health Cluster ให้มีงานวิจัยด้านกาแฟสุขภาพและให้ส่งเสริมประโยชน์ของกาแฟเพื่อตอบสนอง IARC
13) ปรับเปลี่ยนกฎหมายส่งเสริมการแปรรูปสินค้าแปรรูปจากพืช GI เพื่อการส่งเสริมการจัดการเพิ่มมูลค่าสินค้า
14) ให้หน่วยงานภาครัฐเข้มแข็งในมาตรฐานของ GAP, GMP และมาตรฐานอื่นๆหรือมีองค์กรกลางในการพัฒนา ส่งเสริมมาตรฐาน เช่น CCQ – Certified Coffee Quality laboratory
ด้านการตลาด
กาแฟโรบัสตา
1) ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งปริมาณและคุณภาพ ในภาคการผลิตและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อการบริหารตลาดได้อย่างถูกต้อง
2) มีข้อมูลด้านความต้องการของตลาดภายในประเทศชัดเจน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ บริหารจัดการผลผลิตได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
3) ภาครัฐสนับสนุนการรวมตัวของเกษตรกรให้แปรรูปสร้างอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่ากาแฟเอง
4) เพิ่มการผลิต การส่งออกกาแฟ ทั้งเมล็ดกาแฟดิบและผลิตภัณฑ์กาแฟคั่ว ในลักษณะ fine Robusta ภายใต้แบรนด์และอัตลักษณ์ของไทย (cupping score 8.0 ขึ้นไป) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
กาแฟอะราบิกา
1) ตลาดกาแฟไทยมีการเติบโตสูงมาก เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟ

2) ธุรกิจ SME มีศักยภาพในการขยายตัวที่สูงมาก ซื่งเป็นผลดีต่อความอยู่รอดของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ แต่ธุรกิจ SME ขาดความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ภาครัฐควรเข้ามามีส่วนร่วมโดยส่งเสริมการลงทุน
3) ส่งเสริมการสร้างตลาดกลางการซื้อขายกาแฟ
4) ภาครัฐควรส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษี เพื่อลดต้นทุนการผลิตที่สูงมาก
5) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
6) พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เพื่อให้สามารถใช้ปัจจัยการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
7) ส่งเสริมความความร่วมมือระหว่างเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่แท้จริงในอุตสาหกรรมกาแฟ
8) ภาครัฐควรสนับสนุนภาคเอกชนในการขยายตลาดกาแฟไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ เช่น การจัด roadshow ในเวทีต่างประเทศ เป็นต้น
ด้านการวิจัยและพัฒนา
กาแฟโรบัสตา
1) การยกระดับการวิจัยและพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานเพื่อการแข่งขัน
2) การสร้างนวัตกรรม
3) งานวิจัยที่เชื่อมโยงกับโลจิสติกและมิติทางด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อลดต้นทุนการผลิตกาแฟ
4) การปรับปรุงพันธุ์กาแฟในทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ/พฤติกรรมของเกษตรกรที่เปลี่ยนไป
5) พัฒนาชุดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6) การนำเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมาใช้ในการผลิต
7) พัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เพื่อการเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการผลิต
กาแฟอะราบิกา
1) นวัตกรรมใหม่ด้านพันธุ์ ในการจัดการแปลงปลูกและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพิ่มมูลค่าจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย และสร้างรายได้ให้กับประเทศ
การบริหารจัดการ
กาแฟโรบัสตา
1) สำรวจและสร้างฐานข้อมูลการผลิตกาแฟ (Big data) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามาถนำไปใช้บริหารจัดการผลผลิตกาแฟในประเทศ
2) ปรับปรุงระเบียบการนำเข้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้เกษตรกรภายในประเทศได้รับผลกระทบ

3) พัฒนาธุรกิจกาแฟทั้งระบบให้มีความเชื่อมโยง ตั้งแต่กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้มีทิศทางการพัฒนาไปในทางเดียวกัน
กาแฟอะราบิกา
1) การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมาจัดการฐานข้อมูล Big data ของกาแฟอะราบิกาของภาครัฐ และเอกชนประเทศไทย ให้เป็นเอกภาพ โดยจัดตั้งหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบโดยตรงในการจัดเก็บ และรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ รวมไว้ด้วยกัน เช่น ข้อมูลสถานการณ์การผลิต การนำเข้า-ส่งออก การสารสนเทศ การตลาดการดูแลรักษา การพยากรณ์การเกิดโรคแมลง การแปรรูป การขนส่ง และการบริหารจัดการ เป็นต้น
2) ส่งเสริมความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร/ เครือข่าย โดยการยกระดับอัตลักษณ์ของกาแฟอะราบิกาชุมชน ให้มีความแปลกใหม่มีเอกลักษณ์ โดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ แปรรูปกาแฟให้มีเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น หรือชุมชนนั้นๆ มีเรื่องราว (story) โดยสร้างแบรนด์เฉพาะของประเทศไทย เช่น กาแฟอะราบิกาไทยแลนด์โอลี่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s