เทคนิคการเขียนข้อเสนองานวิจัย

เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย:
ตอนที่1 การตั้งชื่อโครงการวิจัย

ฤดูการเขียนข้อเสนอโครงการมาถึงแล้ว!

ยกตัวอย่างเช่น
“กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นกรมที่มีอาชีพหลักคือ วิจัย” ฤดูเขียนโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม จบเอาก็เดือน สิงหาคม กันยายน และระบบบริหารงานวิจัย ก็วางไว้เข้มขันมากไม่ว่าจะนับจากบนลงล่างหรือล่างขึ้นบน หนึ่งโครงการที่ทำขึ้นมาเสนอ วช. สกสว จะประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องคือ
1ผู้ใช้ผลงานวิจัย 2นักวิจัย 3ทีมวิจัย 4ผู้จัดการพืช/สาขา 5ผู้จัดการกลุ่มพืช/สาขา 6คณะพัฒนาข้อเสนอ/กก.วิจัยศูนย์ 7คณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการระดับสำนัด 8คณะกรรมการบริหารระดับสำนัก 9คณะกรรมการที่ปรึกษาระดับกรม 10คณะกรรมการบริหารระดับกรม ….อาชีพวิจัยก็เยอะแบบนี้ก็เพื่อให้ข้อเสนอมีคุณภาพ

ก่อนจะตั้งชื่อโครงการ จะมีคำถามว่า โจทย์วิจัยมาจากไหน มีคำตอบที่เล่าต่อกันมาว่า
“โจทย์วิจัย อยู่ในไร่นาเกษตรกร”
ก็หมายความว่า นักวิจัยต้องลงพื้นที่ก่อน ไม่ใช่นั่งหน้าคอมก่อน
ลงไร่นามี2แบบ คือ ลงแบบสมองว่าง คือไม่พกโจทย์ไปด้วย ถ้าตั้งโจทย์ไปก่อนลง ไม่แนะนำ อาจนำไปสู่วิจัยที่ชอบๆ แบบที่สองลงแบบสมองรก พกนโยบาย แบบนี้ให้นั่งหน้าคอมก่อนได้ เพื่อ…ทำความเข้าใจนโยบายการพัฒนาประเทศว่าอีก 5-10 ปี จะเดินไปให้บรรลุเป้าหมายอะไร และจึงลงไร่นาพบเกษตรกร

การตั้งชื่อโครงการวิจัย

ศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา
เขียนไว้น่าสนใจว่า ชื่อโครงการวิจัย เป็นหัวข้อที่เขียนสั้นที่สุด แต่มีความสำคัญมาก เพราะเป็น ส่วนที่ผู้อ่านจะอ่านเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะอ่านต่อไป หรือไม่

-เลือกสรรคำที่เด่น (แต่ไม่เกินความเป็นจริง) สื่อทางวิชาการที่เหมาะสมและสั้นกะทัดรัด แต่ สามารถบอกเรื่องราว หรือลักษณะของงานที่ทำได้ครอบคลุมทั้งหมด
-ชื่อมีความหมายเชื่อมโยงและสอดคล้องกับความสำคัญและที่มาของปัญหาและวัตถุประสงค์ ให้คล้ายวัตถุประสงค์ก็ย่อมได้
-สั้นที่สุดแต่บอกสาระของงานวิจัยมากที่สุด
-ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย เช่น การศึกษา (A Study on….) การศึกษาเบื้องต้น ( A Primary Study on …) การสังเกต (Observation on….)การสำรวจ (An Investigation on….) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development on…) เป็นต้น อจ.บอกว่า คำฟุ่มเฟือยเหล่านี้ไม่มีความหมายอะไรถึงแม้ไม่ใช้ก็ไม่ได้ทำให้ ความหมายของชื่อเรื่องเปลี่ยนไป

ตัวอย่าง
1 Observation on the Effect of Action of Antibiotics on Various Species of Bacteria 2 Action of Antibiotics on Bacteria
3 Action of Streptomycin on Mycobacterium tuberculosis
4 Inhibition of Growth of Mycobacterium tuberculosis by Streptomycin
จาก 1) และ 2) มีสาระของเรื่องไม่ต่างกัน แต่ 1)ใช้คำฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็น
2) ดูเหมือนว่าสั้นกะทัดรัดดีแต่กว้างเกินไปเหมือนกับว่า จะศึกษา Antibiotics และ Bacteria ทุกชนิด
3) ปรับดีขึ้นแสดงสาระที่แคบเข้า หรือ เฉพาะมากขึ้นแต่ก็ยังมีค า Action ที่เปิดอยู่
4) น่าจะเหมาะสมที่สุดโดยศึกษา Action ใน บริบทของ “Inhibition of Growth”

นอกจากนั้นท่าน รศ.ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม แนะนำว่า ควรสื่อว่า
-อะไร อย่างไร ที่ไหน เพื่ออะไร หรือ
อะไร ใคร อย่างไร ทีไหน

ผู้มีอำนาจพิจารณาให้ทุน ยิ่งมีตำแหน่งสูง ยิ่งมีเวลาน้อย (อาจจะ)ยิ่งอ่านสั้น..เพียงชื่อโครงการ จึงต้องตั้งชื่อให้โดนนโยบาย และสื่อความหมายสำคัญได้ทั้งโครงการ

…..ธัชธาวินท์

………………………….
แหล่งที่มาข้อมูล :
เฉลิมพล แซมเพชร เรื่อง หลักการเขียน ข้อเสนอการวิจัย และ รายงานการวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา

กุหลาบ รัตนสัจธรรม เรื่อง เทคนิคการเขียนข้อเสนองานวิจัยของ วช.

เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย
ตอนที่2 ความสำคัญและที่มาของปัญหา

ศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยาแนะนำไว้ว่าการเขียนจึงต้องตอบคำถาม ดังนี้
-ทำไมถึงทำ- ต้องการค้นหาอะไร -ทำแล้วจะได้อะไร -ใครจะได้ประโยชน์ โดยต้องมีการชี้แจง

  • เบื้องหลังความเป็นมา สาเหตุและความสำคัญที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข มากน้อยหรือไม่อย่างไร ? มีจุดอ่อน-จุดแข็งอย่างไร ? (โดยวิเคราะห์/สังเคราะห์จากการตรวจเอกสารเป็นหลัก)
  • การวิจัยนี้จะมีการพัฒนาต่อยอด หรือเสริมแต่งให้สมบูรณ์มากขึ้น หรือว่าจะใช้แนวทางอื่น หรือทางเลือกอื่นที่อาจจะดีกว่า หรือมีประโยชน์มากกว่าอย่างไร ? บนสมมติฐานทาง วิชาการอะไร ? เป็นต้น
    อจ.บอกว่า หัวข้อนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนยาวและไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอ้างอิงมากเพราะว่า ท่านไม่ได้กำลังเขียนการทบทวนวรรณกรรม และ “ถ้าท่านเขียนยาวถึง 2 หน้า กล่าวได้ว่าท่านอาจเขียนยาวเกินไปแล้ว”
    เช่น ย่อหน้าการเขียน เรื่อง
    Effects of Higher Day and Night Temperature on Growth and Yields of Some Crop Plants.
  • สาเหตุของ global warming ซึ่งทำให้อุณหภูมิ Day and Night ในรอบวันสูงขี้น
  • อุณหภูมิเปลี่ยนย่อมมีผลกระทบต่อกระบวนการต่าง ๆ หลายระดับ biochemical, physiological, morphological และ agronomic เป็นต้น
  • อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้การ photosynthesis and respiration เพิ่มขึ้น แต่อัตราการเพิ่มขึ้น ของ respiration มากกว่า photosynthesis
    -ในที่สุดทำให้ growth and yield ลดลง
    และจะ มีผลกระทบในเขตหนาวมากกว่าเขตร้อน

รศ.ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม ก็แนะนำหลัก 7 ข้อ
1.ตรงจุด 2.ครบประเด็น 3.มีเนื้อหาละเอียดพอควร 4.อย่าใส่เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง 5.อ้างที่มา 6.ขึ้นย่อหน้า และให้เห็นการเชื่อมโยงต่อเนื่อง 7.เชื่อมโยงไปถึงผลที่จะได้

สุดท้าย อย่าสับสนกับเรื่องความสำคัญ !
“ใครๆก็คิดว่าเรื่องของตัวเองสำคัญ” แต่ 2 เรื่องต่อไปนี้ต่างกัน
‘ความรู้สึกว่าสำคัญ กับ การเขียนให้เห็นว่าสำคัญ”
“พืชสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องของพืชนี้จะสำคัญ”
” สำคัญกับใคร สำคัญระดับชาติ หรือบุคคล”
” สำคัญ มักจะสัมพันธ์ กับความร้ายแรง ถ้าไม่ทำ จะเสียหายอย่างไร”
“แก้ปัญหาเร่งด่วน หรือ เตรียมการรับอนาคตที่จะมาถึงตอนจบโครงการ”

…ปัญหาแต่ละเรื่องไม่ได้แก้ด้วยการต้องทำวิจัย อาจเพียงแค่นำความรู้ที่มีมาใช้ ก็แก้ปัญหาได้เลย…

….ธัชธาวินท์

………………………….
แหล่งที่มาข้อมูล :
เฉลิมพล แซมเพชร เรื่อง หลักการเขียน ข้อเสนอการวิจัย และ รายงานการวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา

กุหลาบ รัตนสัจธรรม เรื่อง เทคนิคการเขียนข้อเสนองานวิจัยของ วช.

เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย
ตอนที่3 การเขียนวัตถุประสงค์

ผู้คร่ำหวอดในวงการหลายท่านชี้ว่า ช้อเขียนเหล่านี้ ไม่ใช่วัตถุประสงค์ เช่น
-เพื่อจัดทำ เพื่ออบรม =กิจกรรม
-เพื่อให้มี เพื่อให้ได้ = เป้าหมาย
-เพื่อคุณภาพชีวิต เพื่อความมั่นคง =ผลกระทบ
-เพื่อให้ได้รู้ เพื่อให้ได้ทราบ..ก็ดูไม่โอเคนัก

วัตถุประสงค์ จะบอกถึงว่า จะทำเพื่อใคร ให้ได้ประโยชน์ที่เจาะจงคืออะไร และสามารถวัดได้ชัดเจน เช่น เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เพิ่มขึ้น

รศ.ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม ให้หลักคิดสำคัญในการเขียน คือ เจาะจง วัดได้ เป็นจริง และเสร็จตามเวลาที่กำหนด โดยคำที่ยิยมใช้ เช่น เพื่อศึกษาวิธีการ ศึกษาความสัมพันธ์ ศึกษารูปแบบ เปรียบเทียบ วิเคราะห์ ประเมิน พัฒนา เป็นต้น

ความเชื่อมโยงของวัตถุประสงค์กับหัวข้อต่างๆในข้อเสนอโครงการ
-จะขยายรายละเอียดตัวแปรหรือคำสำคัญต่างๆในชื่อเรื่อง
-จะเป็นแนวทางในการหาคำตอบของปัญหาในหลักการ
-จะเป็นตัวกำหนดจำนวนกิจกรรมหรือการทดลอง
-จะชี้แนวทางไนการวิเคราะห์ข้อมูลและการเลือกใช้สถิติ
-จะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและระยะเวลา

ถึงแม้บางครั้งบางท่านจะไม่ได้ใส่ใจวัตถุประสงค์มากนัก แต่มืออาชีพ จะใช้วัตถุประสงค์เป็นประตูสู่การเขียนในหัวข้อต่างๆ

….ธัชธาวินท์

แหล่งข้อมูล :
กุหลาบ รัตนสัจธรรม เรื่อง เทคนิคการเขียนข้อเสนองานวิจัยของ วช.
อ่านเพิ่มเติม https://www.facebook.com/groups/1629943863933629/permalink/1843763255885021/

เทคนิคการจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัย
ตอนที่4 การทบทวนวรรณกรรม

ศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา กล่าวไว้ว่า เป็นการรวบรวมความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำวิจัย เพื่อ
-นำมา วิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปเปรียบเทียบกัน
-เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดในเรื่องนั้นยิ่งขึ้น
-นำข้อมูล มาสังเคราะห์(synthesis) ประมวล/สรุป (conclusion) เป็นความรู้ (knowledge)

  • ไม่ใช่นำเสนอแต่เพียงว่า ขาว (2540) กล่าวว่า…… ดำ (2545) พบว่า…. แดง (2544) รายงานว่า….. เท่านั้น แต่จะต้องนำข้อมูลจากทั้ง 3 รายงานนั้นมาสังเคราะห์ และสรุปเป็นข้อคิด หรือเป็นความรู้ว่า ทำไมข้อมูลจาก 3 คนนั้นถึงแม้จะทำเรื่องเดียวกัน หรือลักษณะเดียวกัน แต่ได้ผลแตกต่างกัน หรือ เหมือนกันด้วยสาเหตุ หรือเงื่อนไขอะไร เป็นต้น
    -ควรจัดจำแนกออกเป็นหัวข้อหลักและหัวข้อย่อย

“หัวข้อนี้ ผู้ประเมินโครงการใช้เป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกให้รู้ว่า ผู้ที่จะทำวิจัยนั้นมีความพร้อมและมีองค์ความรู้พร้อมในการทำวิจัยหรือไม่”

วิธีตรวจสอบว่าเขียนได้ครบถ้วนหรือไม่
-คำสำคัญจากชื่อเรื่องได้ถูกนำมาเป็นหัวข้อหลักอย่างครบถ้วน
-ต้องบอกได้ว่าความรู้ ทฤษฎี ในเรื่องที่ทำมีอะไรบ้าง
-ใครได้ทำวิจัยมาบ้างแล้ว ทำอย่างไรและได้ผลอย่างไร
-ประเด็นอะไรที่ยังไม่ได้มีคนทำ หรือยังไม่ได้คำตอบ

“วรรณกรรมจะนำไปสู่การกำหนดวิธี หัวข้อและวิธีการทดลอง” หมายความว่า
-อะไรที่คนอื่นทำแล้ว ได้คำตอบสมบูรณ์แล้ว ก็ไม่ต้องเอามาทำอีก
-อะไรที่ทำแล้ว แต่ยังไม่ได้ผล ก็ไม่ต้องทำ หรือต้องเอามาปรับใหม่ ตามแต่กรณี
-อะไรที่จะทำเพียงต่อยอด โดยไม่ต้องนับ1ใหม่

“การทบทวนวรรณกรรม อย่าก้มหน้ามองแต่เอกสารอย่างเดียว แต่ให้ดูความเป็นจริงทีเกิดขึ้นแล้วด้วย เพราะในโลกแห่งภูมิปัญญา การปฏิบัติทุกอย่างมิได้ถูกตีพิมพ์ไว้เป็นลายลักษ์อักษร”

….ธัชธาวินท์

………………………….
แหล่งข้อมูล :
เฉลิมพล แซมเพชร เรื่อง หลักการเขียน ข้อเสนอการวิจัย และ รายงานการวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา

เทคนิคการจัดทำข้อเสนอโครงวิจัย/รายงานผลวิจัย
ตอนที5 การเขียนอภิปรายผล

“การอภิปรายผล เป็นยาดำของมือใหม่ เป็นเคล็ดใหญ่ของมืออาชีพ”

ศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา กล่าวว่า การอภิปรายผลอาจอภิปรายร่วมอยู่กับหัวข้อผลการทดลองพร้อมกันไปก็ได้ หรือจัดแยกออกมาต่างหากก็ได้ การอภิปรายอาจกล่าวได้ว่า เป็นส่วนที่ยากที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ต้องใช้เหตุผลและองค์ความรู้ ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องอธิบาย ให้ความหมายผลการทดลองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
วิธีเขียน
-ผลนั้นมีความเกี่ยวเนื่อง/ เกี่ยวพัน (หรือโดยเปรียบเทียบ) กับผลการทดลองที่มีมาก่อนหน้าหรือไม่ อย่างไร ?

  • ผลนั้น เมื่อประเมินแล้วเป็นไปตามสมมติฐาน หรือวัตถุประสงค์หรือไม่อย่างไร ทำไมถึงเกิดขึ้น หรือไม่ เกิดขึ้น ?

หัวข้อนี้มักถูกละเลย เพราะเป็นการเขียนที่ยากมากหัวข้อหนึ่ง แต่ถ้าได้ทบทวนวรรณกรรมไว้ดีครบถ้วน การเขียนอภิปรายก็เพียงนำข้อมูลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับผล

ถ้าผลการทดลองมีน้อย เช่น มีเฉพาะผลวิเคราะห์การเปรียบค่าเฉลี่ยงานทดลอง หากเพิ่มการอภิปรายผลอย่างเข้มข้น ก็จะทำให้กลายเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงได้

..ธัชธาวินท์

แหล่งข้อมูล
เฉลิมพล แซมเพชร เรื่อง หลักการเขียน ข้อเสนอการวิจัย และ รายงานการวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา

เทคนิคการจัดทำข้อเสนอโครงวิจัย
ตอนที่6 การเขียนเอกสารอ้างอิง

ศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สรุปไว้ให้ดังนี้

การอ้างในเนื้อเรื่อง :
วิธีการอ้างอิงมีหลายรูปแบบ แต่ทางสาขาวิทยาศาสตร์ควรใช้ระบบชื่อ และปี (Name and Year System) ตัวอย่าง
ภาษาไทย : ใช้ชื่อต้น-ปี พ.ศ.

  • อานนท์ (2550)….หรือ ..(อานนท์, 2550)
  • อานนท์และอนันต์ (2550)…………. หรือ……..(อานนท์และอนันต์, 2550)
  • กรณีที่มีผู้วิจัยตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปให้ใช้ และคณะ ต่อท้ายผู้แต่งคนแรก
    อานนท์และคณะ (2550)……. หรือ…….(อานนท์และคณะ, 2550)
    -ในการทำรายการเอกสารอ้างอิงให้ใส่ชื่อหมดทุกคน ภาษาอังกฤษ : ใช้ชื่อสกุล-ปี ค.ศ.
  • Arnold (2007)..หรือ ….(Arnold, 2007)
  • Arnold and Schepers (2007)…….หรือ (Arnold and Schepers, 2007) ควรใช้ and ไม่ ควรใช้ และ)
  • กรณีที่มีผู้วิจัยตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปให้ใช้ et al. ต่อท้ายผู้แต่งคนแรก Arnold et al. (2007)……… หรือ…………(Arnold et al., 2007)
    -ในการทำรายการเอกสารอ้างอิงให้ใส่ชื่อหมดทุกคน
    กรณีที่เอกสารไม่ปรากฏผู้แต่งให้ใช้ นิรนาม (ภาษาไทย) หรือ Anon. (Anonymous) (ภาษาอังกฤษ)

การทำบัญชีรายการเอกสารอ้างอิง :
ให้เรียงลำดับเอกสารภาษาไทยก่อนภาษาอังกฤษ โดยเรียงตาม อักษรลำดับในแต่ละภาษา (ไม่ต้องใส่เลขที่)

  1. จากวารสาร (Jounal) :
    มีส่วนปรกอบเรียงลำดับดังต่อไปนี้
    ชื่อผู้วิจัย. ปีที่พิมพ์. ชื่อเรื่อง. ชื่อวารสาร (เขียนเต็ม หรือย่อ) ฉบับที่ (Volume number) และเล่มที่ (Issue number) (ถ้ามี): เลขหน้าเริ่มต้น-เลขหน้าที่สิ้นสุด
    การพิมพ์ชื่อผู้วิจัยภาษาไทยใช้ ชื่อ-นามสกุล
    ส่วนภาษาอังกฤษ เฉพาะคนแรกเท่านั้นขึ้นต้น ด้วยนามสกุลแล้วคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ตามด้วยชื่อต้นและชื่อกลาง (ถ้ามี)
    และในกรณีที่มี ผู้วิจัย หลายคนให้ใช้ และ (ภาษาไทย) หรือ and (ภาษาอังกฤษ) นำหน้าคนสุดท้าย ตัวอย่าง :
    จรูญโรจน์ จันทรศิริ และเฉลิมพล แซมเพชร. 2548. ผลิตภาพของแปลงหญ้าเมื่อปลูกหญ้า รูซี่ในระหว่างแถบกระถิน. วารสารเกษตร 21(1) : 55-62.
    Souza, P.I., D.B. Egli, and W.P. Bruening. 1997. Water Stress Seed Filling and Leaf Senescence in Soybean. Agron. J. 89:807-812.
    ในกรณีที่การพิมพ์ของแต่ละรายการไม่จบในบรรทัดเดียวกัน การพิมพ์บรรทัดต่อ ๆ ไปให้ เริ่มต้นที่เคาะที่ 6
  2. จากหนังสือและตำรา (Books & Textbooks) ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์. ชื่อหนังสือ. พิมพ์ครั้งที่ (Edition number) (ถ้ามี) สำนักพิมพ์, เมืองที่ พิมพ์. จำนวนหน้าทั้งหมด.
    เฉลิมพล แซมเพชร. 2542. สรีรวิทยาการผลิตพืชไร่. นพบุรีการพิมพ์, เชียงใหม่. 284 น.
    Fageria, N.K., V.C. Baligar, and R.B. Clark. 2006. Physiology of Crop Production. The Haworth Press, Inc., New York. 345 p.

กรณีเป็นบทหนึ่งของหนังสือ
Hill, S.E. 1996. Emultions. In: Hall, G.M. (ed.) Methods of Testing Protein Functionality. Chapman & Hall, London. pp. 153-185.

  1. เอกสารรวมเล่ม หรือรายงานเสนอในการประชุมสัมมนา ชื่อผู้วิจัย. ปีทีพิมพ์. ชื่อเรื่อง. ชื่อการประชุมสัมมนา, สถานที่,วัน เดือน ปีที่จัด ประชุมสัมมนา
    เฉลิมพล แซมเพชร และวีระชัย ศรีวัฒนพงศ์. 2539. การตอบสนองของข้าวบาเลย์ชนิด สองแถวและหกแถวต่อปุ๋ยไนโตรเจน. รายงานวิจัยการประชุมทางวิชาการธัญพืชเมือง หนาว. ณ โรงแรมอมรินทร์ลากูน. พิษณุโลก, 16-18 มกราคม 2539.
    Bouldin, D.R. 1988. Effect of Green Manure on Soil Organic Matter Content and Nitrogen Availability. Proceeding of a symposium on sustainable agriculture: The Role of Green Manure Crops in Rice Farming Systems. IRRI, Philippines, May 25-29, 1987: 151-163.
  2. วิทยานิพนธ์
    ชื่อผู้เขียน. ปีที่พิมพ์. ชื่อเรื่อง. ระดับวิทยานิพนธ์. สาขาวิชา. สถาบันการศึกษา. เมืองที่ พิมพ์. จำนวนหน้าทั้งหมด.
    มนกฤตย์ บุญยฤทธิ์. 2538. การตรึงและการสะสมไนโตรเจนของถั่วเหลืองในแต่ละดับการ ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและความหนาแน่นของต้นปลูก. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาพืชไร่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่. 125 หน้า.
  3. จากสื่ออิเลคทรอนิคส์ ชื่อผู้เขียน. ปีที่พิมพ์. ชื่อเรื่อง. (ระบบออนไลน์). ชื่อ Website (วันเดือนปีที่สืบค้นข้อมูล).
    กรมส่งเสริมการเกษตร. 2548. การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์). (ระบบ ออนไลน์). แหล่งข้อมูล: http://www.doae.go.th/poster/nondin/htm (21 เมษายน 2548).
    Linadakis, D.K. and B.I. Manois. 2005. Hydroponic Culture of Strawberries in Perlite. (Online). Available. http://www.schunder.com/strawberries.htm (21 April, 2005).

เอกสารอ้างอิง:
เฉลิมพล แซมเพชร. ม.ป.ป. หลักการเขียนข้อเสนอการวิจัย และ รายงานการวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล:
http://rlc.nrct.go.th/ewt_dl.php?nid=724. (1 พฤษภาคม 2560)

เทคนิคการจัดทำข้อเสนองานวิจัย/รายงาน
ตอน7 (จบ) เทคนิคการเขียน

เรื่องเล็กๆน้อยๆในการเขียน เรามักไม่ค่อยใส่ใจเช่น เครื่องหมาย . , – หรือ การตั้งค่าหน้ากระดาษ หรือ การย่อหน้าตามหัวข้อย่อยต่างๆ เป็นต้น

ในเอกสาร“คู่มือการเขียนหนังสือ/ตําราทางวิชาการ” เขียนไว้น่าสนใจและน่าเอาไปใช้ เช่น

  1. การตั้งค่าหน้ากระดาษในคอมพิวเตอร์ให้จัดระยะดังนี้
    ขอบกระดาษ
    -ด้านบน 3.8 เซนติเมตร (1.5 นิ้ว)
    -ด้านล่าง 2.5 เซนติเมตร (1 นิ้ว)
    -ด้านซ้าย 3.8 เซนติเมตร (1.5 นิ้ว)
    -ด้านขวา 2.5 เซนติเมตร (1 นิ้ว)
    ช่องไฟ 0.0 เซนติเมตร
    จากด้าน
    -หัวกระดาษ 1.25 เซนติเมตร (0.5 นิ้ว)
    -ท้ายกระดาษ 1.25 เซนติเมตร (0.5 นิ้ว)
  2. เครื่องหมายวรรคตอนและการเว้นระยะ
    -เว้น 1 ระยะ หลัง เครื่องหมายต่อไปนี้
    ; semi colon (อัตภาค)
    , comma (จุลภาค)
    . period (มหัพภาค)
    : colon (มหัพภาคคู่)
    -เว้น 1 ระยะ ทั้ง หน้า และ หลัง เครื่องหมายต่อไปนี้
    & ampersand (และ)
    ( ) parentheses (วงเล็บ หรือ วงเล็บเล็ก)
    [ ] brackets (วงเล็บเหลี่ยม)
    -ไม่เว้น ทั้ง หน้า และ หลัง เครื่องหมายต่อไปนี้
    / slash (ทับ)
  • hyphen (ยัติภังค์)
  1. การพิมพ์ตารางและภาพประกอบ
    ข้อกําหนดต่าง ๆ ในการจัดทําตารางและภาพ
    -ตารางหรือภาพประกอบ อาจจัดแทรกไว้ตามลําดับเนื้อหาที่ปรากฏ หรือจัดไว้ใน
    ภาคผนวก ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเรื่องที่วิจัย
    -ตาราง (Table) ต้องมีหมายเลขประจําและเรียงลําดับ ชื่อและเลขลําดับที่ของตารางให้
    พิมพ์ไว้ส่วนบนของตารางในแนวชิดขอบซ้ายโดยใช้คําว่า ตารางที่…(ตัวหนา) ตามด้วยชื่อตาราง (ตัวบาง) เมื่อจบข้อความที่เป็นชื่อของตารางแล้วให้เว้น 1 ช่วงบรรทัดก่อนพิมพ์เส้นตาราง
    กรณีที่ชื่อตารางไม่จบในบรรทัดเดียวให้เริ่มบรรทัดที่ 2 โดยตรงกับอักษรตัวแรก ของชื่อ
    ตาราง
    -ภาพประกอบ (Illustration) หมายถึง ภาพอื่นใดที่ใช้ประกอบคําอธิบาย เช่น แผนผัง แผนที่ กราฟ แผนภูมิ รูปภาพ เป็นต้น ภาพประกอบทุกประเภทให้มีลําดับต่อเนื่องกัน ชื่อและเลขลําดับที่
    ของภาพประกอบให้พิมพ์ที่ส่วนกลางของภาพประกอบในแนวชิดขอบซ้ายใช้คําว่าภาพที่ …(ตัวหนา) ตามด้วยชื่อภาพด้วยอักษรตัวหนา พร้อมอ้างอิง (ถ้ามี) โดยเว้นห่างจากภาพประกอบนั้น ๆ 1 ช่วงบรรทัด
    -ในกรณีที่ตารางมีความยาวมากไม่สิ้นสุดในหน้าเดียว ให้จัดพิมพ์ส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป
    โดยพิมพ์ลําดับที่และชื่อของตารางเช่นเดิม เพียงแต่แทรกคําว่า (ต่อ) ไว้ระหว่างตัวเลขลําดับที่กํากับชื่อของตาราง
    -กรณีข้อความของตารางใดสิ้นสุดลงพอดีในตอนท้ายของหน้ากระดาษ แต่ไม่มีเนื้อที่ใต้ตารางพอเพียงสําหรับเขียนอ้างถึงที่มา เป็นเหตุให้ต้องเขียนที่ของตารางนั้นไว้ในหน้าถัดไป กรณีเช่นนี้ต้องจัดทําตาราง (ต่อ) ในหน้าถัดไปพร้อมทั้งยกเอาข้อความไปใส่ไว้ด้วยอย่างน้อย 2 บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีที่ว่างในตารางหน้าเดิมซึ่งยังไม่ต้องใช้เส้นคู่ปิดตาราง (ตารางในแต่ละหน้ากําหนดให้มีส่วนของข้อความอยู่ด้วยอย่างน้อย 2 บรรทัด)
    -เส้นขอบบนสุดและเส้นท้ายสุดที่เปิดและปิดตารางให้ใช้เส้นคู่ ขนาด 3 จุด ส่วนเส้นที่ใช้
    คั่นแถว (Low) ในส่วนอื่น ๆ ของตารางให้ใช้เส้นเดี่ยว ขนาด ½ จุด ทั้งนี้ ไม่ต้องใช้เส้นคั่นแนวตั้ง (Column)
  2. การพิมพ์ชื่อวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ
    -การพิมพ์ชื่อวิทยาศาสตร์ของจุลชีพ พืช หรือสัตว์ ให้ใช้ตามประมวลนามศาสตร์สากล
    (International code of Nomenclature) คือทําให้เด่นชัดแตกต่างจากอักษรหรือข้อความอื่นๆ โดยพิมพ์ด้วยตัวเอน หรือพิมพ์ตัวเอนหนา
    -การพิมพ์ภาษาต่างประเทศด้วยภาษาไทย คําที่มาจากภาษาต่างประเทศเมื่อเขียนหรือ
    แปลเป็นภาษาไทยในลักษณะศัพท์ อาจจะวงเล็บภาษาต่างประเทศนั้นๆ กํากับไว้ด้วยเมื่อเริ่มใช้
    ภาษาต่างประเทศนั้นเป็นครั้งแรกเพียงครั้งเดียว โดยใช้อักษรตัวพิมพ์เล็กทุกตัว เว้นแต่เป็นศัพท์เฉพาะ หรือบัญญัติให้ใช้อักษรตัวพิพม์ใหญ่ตามหลักไวยากรณ์ ส่วนคําศัพท์ภาษาต่างประเทศที่ไม่บัญญัติไว้โดยราชบัณฑิตยสถานก็พิจารณาใช้ตามความเหมาะสม กรณีเป็นคําที่ใช้ทั่ว ๆ ไปไม่จําเป็นต้องวงเล็บภาษาต่างประเทศ
    -การพิมพ์ภาษาต่างประเทศโดยใช้ตัวอักษรภาษาไทยไม่นิยมใส่รูปวรรณยุกต์กํากับเสียง
    สูงต่ำ เช่น
    Oxygen เป็น ออกซิเจน
    Technology เป็น เทคโนโลยี
    คําที่เป็นพหูพจน์ไม่เติม “ส” “ส์” ในภาษาไทย
    Integrals เป็น อินทิกรัล
    Semigroups เป็น เซมิกรุ๊ป
    Games เป็น เกม
    ยกเว้นคํานามที่ใช้เป็นชื่อเฉพาะ เช่น
    ASIANGAMES PROFESSOR เป็น ASST. PROF.
    ASSOCIATE PROFESSOR เป็น ASSOC. PROF.
    PROFESSOR เป็น PROF.
  3. การเขียนอ้างอิง
    ในงานเขียนมี 2 รูปแบบ คือ
    -การเขียนอ้างอิงส่วนเนื้อหา รูปแบบการอ้างอิงที่ใช้อยู่โดยทั่วไป 3 แบบ ได้แก่ แบบเชิงอรรถ
    (footnote citation) แบบอ้างอิงท้ายบท (end note citation) และแบบแทรกในเนื้อหา (in-text citation)
    -การเขียนรายการอ้างอิงท้ายเล่ม อาจรวบรวมเป็นเอกสารอ้างอิง (References) หรือ
    บรรณานุกรม (Bibliography) ก็ได้ ซึ่งมีข้อแตกต่างกันคือ
    เอกสารอ้างอิง: จะรวบรวมรายละเอียดของรายการที่อ้างอิงไว้ในส่วนเนื้อหาเท่านั้น
    บรรณานุกรม: นอกจากจะมีรายละเอียดของรายการที่อ้างอิงไว้ในเนื้อหาทุกรายการแล้ว
    ผู้เขียนสามารถนํารายการอื่นที่ไม่ได้อ้างไว้ในส่วนเนื้อหามารวบรวมไว้ก็ได้
    หากผู้เขียนใช้อ่านเพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานหรือเห็นว่าเอกสารนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขียนและจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน

…จบเรื่องเทคนิคการจัดทำข้อเสนอโครงการฯ 7 ตอน หวังว่า “จะมีสัก 1 คำ ที่ทำให้ท่านได้ประโยชน์นะครับ” ขอบคุณที่ติดตาม …ธัชธาวินท์

แหล่งศึกษาเพิ่มเติม:
สํานักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. 2557.
คู่มือการเขียนหนังสือ/ตํารา ทางวิชาการ. (ระบบออนไลน์) แหล่งที่มา: http://regis.skru.ac.th/RegisWeb/datafiledownload/guide_academic_performance.pdf

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s