รำแดงโมเดล

สวพ.8 กรมวิชาการเกษตร เผยแพร่ผลงานวิจัย “รำแดงโมเดล ชุมชนต้นนแบบการผลิตพืชตามศาสตร์พระราชา”

เป็นแนวทางการพัฒนาการผลิตพืชที่นำไปสู่ความพอเพีบงและยั่งยืนของเกษตรกร ชุมชน และท้องถิ่น โดยใช้ 4 เสาหลักเกษตรรำแดง คือ
“9 พืชผสมผสาน-ทำการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า -พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง-เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวและเครือข่ายการพัฒนา”

“การพัฒนาการผลิตพืชผสมผสาน 9 กลุ่มพืช”
เพื่อการดำรงชีพที่พอเพียง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

  1. กลุ่มพืชอาหาร – ปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่หลากสีหลายคุณค่าทางสารอาหาร
  2. กลุ่มพืชรายได้ -ปลูกพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นที่โดดเด่น
  3. กลุ่มพืชสมุนไพรสุขภาพ -ปลูกสมุนไพรเป็นตู้้ยาประจำบ้าน
  4. กลุ่มพืชสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช -ปลูกใช้ทำสารสกัดแทนสารเคมี
  5. กลุ่มพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ -ปลูกบำรุงดิน กันดินพังทะลาย
  6. กลุ่มพืชอาหารสัตว์-ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์
  7. กลุ่มพืชใช้สอย -ปลูกไม้โตเร็ว ไม้ทำค้าง พืชที่มาทำงานหัตกรรม
  8. กลุ่มพืชอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่น -ปลูกและอนุรักษ์พืชประจำถิ่น
  9. กลุ่มพืชพลังงาน-ปลูกไม้ที่จะมาเป็นเชื้อเพลิง

“การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า”

  1. ผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม โดยดูและจัดการตามให้ถูกหลักวิชาการ มีขนาด มีรูปลักษณ์ดี มีรสชาติดี เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม
  2. ขอรับรองมาตรฐานสินค้า เช่น GAP หรือ อินทรีย์
  3. พัฒนาการแปรรูป ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูง เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงาม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  4. พัฒนาบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาดผู้บริโภค
  5. สร้างตราสินค้า สร้างแบรนด์สินค้า สร้างความน่าเชื่อถือในสินค้า เพื่อขายคุณค่า ขายเรื่องราวที่น่าสนใจลงในสินค้า
    ุ6. เชื่อมโยงการตลาดนำาการผลิต เช่น ตลาดสัญจร ตลาดชุมชน ตลาดห้างสรรพสินค้า และตลาดออนไลน์

“ชุมชนเข้มแข็ง”

วิธีการพัฒนาชุมชนการผลิตพืชที่เข้มแข็ง”

  1. จัดตั้ง “กลุ่มเกษตรกร วิจัยการผลิตพืช” เพื่อให้ชุมชนได้เกิดความร่วมมือของสมาชิกในชุมชน พร้อมกับการตั้งกรรมการฝ่ายต่างๆ เพื่อดึงความรู้ความสามารถของแต่ละคนมาช่วยทำงานส่วนรวม
  2. กำหนดข้อตกลง กฎระเบียบในการทำงานร่วมกันของกลุ่ม เช่น ในการเข้าเป็นสมาชิก การประชุม การร่วมทำกิจกรรม
  3. กลุ่มมีการระดมทุนเพื่อใช้ในการทำกิจกรรม ในรูปแบบต่างๆ
  4. มีการจัดให้มีสวัสดิการสมาชิก เช่น งานบุญ หรือสวัสดิการ การช่วยเหลือต่างๆ
  5. กำหนดให้มีกิจกรรมร่วมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสาเพื่อส่วนรวม และ เพื่อสมาชิก
    6.สร้างอัตลักษณ์กลุ่มโดยมีสิ่งที่แสดงออกถึงสัญญลักษณ์เช่น ป้าย หรือ เสื้อทีม เป็นต้น
  6. จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อทำธุรกิจให้เกิดรายได้
  7. จัดเวทีวิจัยสัญจรแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตพืชในไร่นาเกษตรกรเพื่ออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งร่วมพัฒนาไร่นา และจัดศึกษาดูงานเพื่อเปืดโลกทัศน์
  8. พัฒนาความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถใรการเป็นวิทยากรแก่สมาชิก
  9. พัฒนาฟาร์มต้นแบบ เพื่อเป็นตัวอย่างเพื่อนบ้าน และส่งเสริมความเป็นต้นแบบ ส่งเสริมความเป็นผู้นำ ส่งเสริมการประกวดยกย่องการเป็นเกษตรกรดีเด่น
  10. ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ผลงานชุมชนสู่ภายนอก
  11. ส่งเสริมให้สมาชิก และกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรมกับภาคส่วนต่างๆ

“เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเครือข่ายการพัฒนา”

  1. พัฒนาไร่นาเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน
  2. จัดกิจกรรมการศึกษาดูงานในชุมชนแก่บุคคลภายนอก
  3. บูรณาการงานเกษตรของชุมชนกับงานของท้องถิ่น เช่น อบต อบจ จังหวัด งานพัฒนาชุมชน และส่งเสริมการเกษตร
  4. บูรณาการงานเกษตรกับงานวิจัย งานวิชาการ
  5. บูรณาการด้านการจัดการศึกษานอกระบบและสถาบันการศึกษา
    6.. เชื่อมโยงการเกษตรของชุมชนกับการจัดการท่องเที่ยวในชุมชน
  6. เชื่อมโยการผลิตกับงผู้ประกอบการตลาดสินค้า และ ผูู้รวบรวมสินค้า
  7. เชื่อมโยงชุมชนกับภาคสื่อสารมวลชน และ อื่นๆ

……………..
จากผลงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s