13 ผลงานวิจัยดีเด่นกรมวิชาการเกษตร ปี 2563 เรื่องที่3 ปาล์มน้ำมัน

ผลงานวิจัยดีเด่น กรมวิชาการเกษตร จากงานประชุมวิชาการปี 2563

เรื่องที่3 การพัฒนาชุดตรวจดีเอ็นเออย่างง่ายเพื่อใช้ตรวจลักษณะความหนาของกะลาปาล์มน้ำมันในระยะต้นกล้า

ประสาน สืบสุข กุหลาบ คงทองรุ่งนภา พิทักษ์ตันสกุล อรรัตน์ วงศ์ศรี ขนิษฐา วงศ์วัฒนารัตน์ สุวิมล กลศึก ดนัย นาคประเสริฐ

ถ้าเกษตรกรได้ใช้พันธุ์ดีที่ถูกต้องตรงตามพันธุ์ จะมีประโยชน์มาก
ปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตของปาล์มน้ำมัน คือลักษณะของผลปาล์ม ที่เป็นผลมาจากยีนควบคุมลักษณะความหนาของกะลา สามารถจำแนกออกได้ เป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะผลได้แก่


1) ดูรา (Dura) เป็นพันธุ์ที่ลักษณะผลมีกะลาหนา 2-8 มิลลิเมตร มีเปลือกนอกบาง 35-60% ของน้ำหนักผล และมียีนควบคุมลักษณะผลเป็นแบบยีนเด่น (homozygous dominance) พันธุ์กลุ่มนี้นิยมปลูกเป็นต้นแม่พันธุ์
2) พิสิเฟอรา (Pisifera) เป็นพันธุ์ที่ลักษณะผลไม่มี กะลาและมียีนควบคุมลักษณะผลเป็นแบบยีนด้อย (homozygous recessive) พันธุ์นี้มีข้อเสียคือ ช่อดอกตัวเมียมักเป็นหมัน ซึ่งทำให้ผลฝ่อ ทะลายเล็ก เนื่องจากผลไม่พัฒนา ผลผลิตทะลายต่ำมาก ไม่ใช้ปลูกเป็นการค้า แต่ใช้เป็นพ่อพันธุ์ และ
3) เทเนอรา (Tenera) ลักษณะผลมีกะลาบาง 0.5-4 มิลลิเมตร มีชั้นเปลือกนอกมาก 60-90% ของน้ำหนักผลและมียีนควบคุมลักษณะผลเป็นแบบพันธุ์ทาง (heterozygous) พันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามระหว่างดูราและพิสิเฟอราและเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็น การค้าเนื่องจากให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่สูงกว่าชนิดอื่น (กรมวิชาการเกษตร, 2547)

การจำแนกลักษณะความหนาของกะลาปาล์มน้ำมันในระยะต้นกล้า โดยวิธีการตรวจดีเอ็นเอ โดยใช้เทคนิค Real-time PCR จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและสารเคมีที่มีราคาแพง


งานวิจัยนี้จึงได้พัฒนา ชุดตรวจดีเอ็นเออย่างง่ายเพื่อใช้จำแนกลักษณะความหนาของกะลาปาล์มน้ำมัน โดยใช้หลักการ Nucleic Acid Lateral Flow เพื่อใช้ตรวจคัดกรองการปนของต้นที่มีลักษณะกะลาแบบดูราในแปลง เพาะกล้า และคัดเลือกต้นพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะกะลาแบบพิสิเฟอราในขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์
ดำเนินการวิจัยที่สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ และศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี ระหว่าง เดือนตุลาคม 2560 ถึงธันวาคม 2562

จากการตรวจสอบลำดับเบสของยีน MADS-box ซึ่งเป็นยีนที่ เกี่ยวข้องกับลักษณะความหนาของกะลา พบการเปลี่ยนลำดับเบสแบบสนิปส์ที่ต าแหน่ง 274 (A/T) มีความสัมพันธ์กับลักษณะความหนากะลาในประชากรปาล์มน้ำมันกลุ่มพันธุ์ Deli Tanzania และลูกผสม สุราษฎร์ธานี 7 จึงนำไปพัฒนาเป็นชุดตรวจดีเอ็นเออย่างง่าย การทดสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์
พบว่าให้ผลการตรวจที่มีความจำเพาะ ความถูกต้อง ความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ และมีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับเทคนิค Real-time PCR ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ สามารถใช้ควบคุม คุณภาพการผลิตพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอราให้สูงขึ้น ลดการปนของต้นที่มีลักษณะกะลาแบบดูรา ในแปลงผลิตต้นกล้าพันธุ์ลูกผสมสุราษฎร์ธานี 7 ก่อนจำหน่าย

เกษตรกรได้ต้นพันธุ์ดีไปปลูก ส่งผลให้ ผลผลิตสูงขึ้น และใช้เป็นเครื่องหมายดีเอ็นเอเพื่อคัดเลือกพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะกะลาแบบพิสิเฟอรา ตั้งแต่ ระยะต้นกล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลดพื้นที่ปลูก ระยะเวลา แรงงาน และลดค่าใช้จ่ายในขั้นตอน การปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมัน

อ่านเรื่องเต็มจากรายงานผลงานวิจัยดีเด่นกรมวิชาการเกษตร ปี 2562

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s