ยาง เส้นเลือดใหญ่เลี้ยงคนใต้

“ยาง เส้นเลือดใหญ่ของคนใต้” ธัชธาวินท์ สะรุโณ

หยิบบทความออนไลน์ที่ผมเขียนไว้มาให้เป็นอาหารสมอง อ่านเล่นๆ ยามว่าง
“เรื่อง ยางร้อน ต้องแหลง 5 ตอน” และ แถมตอนที่6 แบบสั้นๆ ว่า

ยาง เป็นพืชเหมาะสมกับ ‘ภูมิสังคม’ ภาคใต่มากที่สุด แต่ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นผลจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บวกผลพวงการกระทำของมนุษย์นั้น สิ่งที่ธรรมชาติปรับสมดุลออกมาเป็นโรคระบาดในคนและในยาง ย่อมไม่เป็นที่ถูกใจของมนุษย์
สมัยที่สัตว์ครองโลก การล้างเผ่าพรรณในสมัยโบราณนั้น ธรรมชาติทำได้สำเร็จ แต่ในยุคนี้คนมีความสามารถที่จะต่อสู้และปรับตัวให้เป็นผู้แข็งแกร่ง และรอด ตามกฎ ชาร์ล ดาวิน
และ ผมเชื่อว่า ปรัชญาแห่งโลก เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” จะทำให้คนรอดได้ในวิกฤตการปรับสมดุลของธรรมชาติยุคปัจจุบันและอนาคต

…………………………
ยางร้อน …ต้องแหลง
(บทความนี้เขียนเมื่อ พ.ย. 2561)

ตอนที่1

ผมหยิบรายงานวิจัยของ ศ.ดร.บัญชา สมบูรณ์สุข และคณะ(2556) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผลวิจัย สุกฤษตา พุ่มแก้ว และคณะ(2558) ราชฎัชยะลา มาเสนอเพื่อสนทนาพอหอมปากหอมคอตามสถานการณ์บ้านเมือง

  1. มาดูเรื่องต้นทุน-รายได้ยางพารา
    การสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวสวนยางรายย่อย 339 ราย ในจังหวัดปัตตานี ปี 2558 พบข้อเท็จจริงว่า
    คนทำอาชีพสวนยางในช่วงปีที่ศึกษา จะมี “ต้นทุนผันแปร 6,330 บาทต่อไร่ต่อปี
    ต้นทุนคงที่ 3,210 บาทต่อไร่
    รวม 9,541 บาทต่อไร่
    รายได้เฉลี่ย 14,970 บาทต่อไร่
    มีกำไรเฉลี่ย 5,428 บาทต่อไร่ต่อปี”
    งานนี้ไม่ได้ศึกษามาเป็นต้นทุนต่อกิโลเพราะชาวบ้านขายเป็นยางก้อนและขี้ยาง ซึ่งสะท้อนความจริงในวิถีการทำสวนยางของรายย่อยโดยแท้
    ปี 2558 ราคายางแผ่นดิบ 36.80 – 55.30 บาท เฉลี่ยที่ 45.88 บาท ใกล้เคียงกับปีนี้ ถ้าทำ 10 ไร่ รายได้ราว แสนห้าหมื่น กำไรเน็ทๆ ห้าหมื่นต่อปี ถือว่าไม่น้อยเมื่อเทียบกับอาชีพเกษตรอื่นๆ
    รายได้ระดับนี้ถือว่าชาวสวนพอทนอยู่ได้

ทีนี้มาดูต้นทุนทางวิชาการในวิชาเศรษฐศาสตร์กันบ้าง
มีการศึกษาต้นทุนยางพาราแผ่นดิบของเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศในปีพ.ศ. 2555 พบว่า
“เมื่อคิดต้นทุนตลอดอายุยาง 25 ปี ตั้งแต่สร้างสวนจนถึงตัดโค่น พบว่าคิดเป็นต้นทุนต่อการผลิตยางแผ่นดิบ เฉลี่ย 65.74 บาทต่อกิโลกรัม”
ยางขาย 2-3 โล 100 นักเศรษฐศาสตร์บอกขาดทุน เป็นธุรกิจก็เจ้งแล้ว ต้องเลิกทำสวนยางไปทำอย่างอื่น
65.74 บาท แบ่งเป็น
ค่าแรงงาน 43 บาท (65 %)
ค่าปุ๋ย 9.7 บาท (15%)
ค่าวัสดุอุปกรณ์ 6.8 บาท(10%
ค่าที่ดิน 6.3 บาท (10%)

จากผลการวิจัย ถ้าทำสวนเอง กรีดเอง รวมต้นทุนค่าดูแลยาง+อุปกรณ์ ราวๆ 16.5 บาทต่อกก.
คงตอบข้อสงสัยได้ว่า
จะ 3 โล 100 หรือ 2 โล 100
ทำไมชาวสวนยางจึงไม่คิดโค่นยางทั้งหมดไปทำอย่างอื่น
ชาวสวนยางรายย่อยในชนบทใต้ มักจะกรีดยางแบบครึ่งลำต้น 5 วันเว้น 1 วัน นอกจากปลูกยาง ก็จะมีสวนผลไม้ เช่น ลองกอง มังคุด ทุเรียน พืชผัก พืชผสมผสาน สมรมอีกหลากหลายชนิด ทั้งเพื่อขาย กิน และใช้สอยอื่นๆ
นอกจากอาชีพปลูกพืชแล้วก็จะมีการเลี้ยงสัตว์ อาชีพนอกเกษตร และมีรายได้จากการช่วยเหลือของลูกหลาน รวมทั้งจากรัฐบาลเป็นครั้งคราว

ผมจึงเสนอแนวทางที่จะทำเพื่อ”ชาวสวนยางรายย่อย'” 2 ทาง

  1. ทางตรง คือ ให้ถึงมือชาวสวน เช่น
    -สนับสนุนเงินช่วยเกษตรกร (ซึ่งหลายประเทศทำกันในหลายๆรูปแบบทั้งช่วยราคา ปัจจัย และอื่นๆ)
    -หาวิธีเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะส่งผลให้รายได้ต่อไร่ต่อวันเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อกิโลกรัมลดลง
    -สนับสนุนอาชีพเสริมต่างๆ ทั้งเกษตรพืช-ปศุสัตว์-ประมง นอกเกษตรเช่น ท่องเที่ยว หรือการรวมกลุ่มสหกรณ์การผลิตหรือแปรรูปกันเอง และอื่นๆ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพื้นที่ ไปทำอย่างอื่นๆกรณีมีความเหมาะสมทั้งทางพืช ตลาด และพื้นที่
    -ส่งเสริมการผลิตอาหารและพืชอื่นๆ ในแนวทาง 9 พืชผสมผสานพอเพียง เพื่อการดำรงชีพ ตามแนว”เศรษฐกิจพอเพียง”
    -ส่งเสริมระบบตลาดซื้อขายน้ำยางที่เป็นธรรม และส่งเสริมการใช้สินค้าสหกรณ์
  2. ทางอ้อม เช่น การหาตลาดต่างประเทศเพิ่ม การแปรรูปหรือใช้สินค้าแปรรูป แม้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกกับภาคอุตสาหกรรม แต่ก็ระบบจะหมุนเวียนกลับมาสู่ชาวสวนยาง
    แถมท้าย พื้นที่ยาง 19 ล้านไร่ คลุมพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นสีเขียว
    ชาวใต้อยุ่กับยางมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยางจึงเป็นส่วนหนึ่งของ”ระบบสังคมเกษตรชาวใต้”อยู่กันแบบสังคมชาวสวนยาง มีทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หลายอย่างที่บอกมา ถ้าลองดีดตัวเลขผลได้ ทางตรงทางอ้อมทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณค่า จะพบว่ามีมากมาาย

การแก้ปัญหายาง จึงควรโฟกัสไปที่ “ชาวสวนยาง ให้มากกว่าต้นยาง”
…….
อ้างอิง
แนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดย
รศ.ดร.บัญชา สมบูรณ์สุข ดร.ประวัติ เวทย์ประสิทธิ์และผศ.ทวีศักดิ์ นิยมบัณฑิต
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
รศ.อาซีซัน แกสมาน
ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา
รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกลุ
รองอธิการบดีฝ่ายระบบวิจัยและบัณฑิตศึกษา

สุกฤษตา พุ่มแก้ว และคณะ. 2558. การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประกอบการของเกษตรกรชาวสวนยาง กรณีศึกษาตำาบลปากล่ออำาเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
……………….

ยางร้อน ต้องแหลง2
วันนี้เอาเรื่องโลกของยาง ยางของโลก มาเล่าสู่กันฟังพอเป็นเค้าโครงได้คุยกันในร้านน้ำชา

การผลิตยางทั้งโลก
ข้อมูล ปี 2001-2017
พบว่ามีปริมาณการผลิตและการใช้ยางเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ทุกปี
! ยกเว้นปี 2009 !
ปี 2017 ทั้งโลก ผลิตยางธรรมชาติ 13.53 ล้านตัน ใช้ไป 13.22 ล้านตัน ยางสังเคราะห์ผลิต 15.05 ล้านตัน ใช้ 15.18 ล้านตัน รวมยางทั้งหมด ผลิต 28.59 ล้านตัน ใช้ 28.41 ล้านตัน โดนสัดส่วนยางทั้งสองชนิดมีการเพิ่มขึ้นแต่ละปีในสัดส่วนที่พอๆ กัน
มาดูสถิติโลกรายปี
การผลิต -การใช้ (ล้านตัน) และ฿ราคายางแผ่นดิบไทย(บาท/กก.) ลองสังเกตดูว่ามีอะไรบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกันบ้าง

2008 =10.09-10.18 ยางขาด 8.9 หมื่นตัน ฿77.86
2009 =9.72-9.28 เกิน 4.3 แสนตัน ฿57.77
2010=10.40-10.75 ขาด 3.5 แสนตัน ฿104.89
2011=11.23-11.03 เกิน 2 แสนตัน ฿129.36
2012=11.65-11.04 เกิน 6.1 แสนตัน ฿91.07
2013=12.28-11.43 เกิน 8.5 แสนตัน ฿75.55
2014=12.14-12.18 ขาด 3.9 หมื่นตัน ฿55.53
2015=12.26-12.13 เกิน 1.3 แสนตัน ฿45.88
2016=12.60-12.67 ขาด 6.6 หมื่นตัน ฿50.37
2017=13.53-13.22 เกิน 3.1 แสนตัน ฿77.86

ปี2009-2011 เกิดอะไรขึ้นกับยางธรรมชาติ และผลกระทบต่อราคา

ปี 2009 เป็นปีเดียวผลิตและใช้ยางลดลง คือผลิตยางธรรมชาติ ลดลงจากปีก่อน 0.37 ล้านตัน และใช้น้อยลง 0.9 ล้านตัน ราคายางในไทยตกลงจากปีที่แล้ว 20 บาท
ปี2010 ตัวเลขผลิตเพิ่มขึ้นราวๆ 0.7 ล้านตัน และมีใช้มากกว่าการผลิตในปีนี้ ราคาในไทยเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 104 บาท
ปี 2011 ยอดผลิตยังพุ่ง แต่ใช้น้อยกว่าการผลิต ราคาในไทยยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 15 บาท เป็น 129 บาท

มีผู้สันทัดเรื่องยางกล่าวว่า สาเหตุการผลิตและใช้ลดลงในปี 2009 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศนำเข้ายางตกต่ำ
ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีปัจจัยที่จะมีเงื่อนไขต่อการขึ้นลงราคายางคือ
1)เศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยางพารา จีน สหรัฐฯ และยุโรป
2)การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ก็ไม่เสมอไป
3) สต็อกยางพารา ถือเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อราคายางพาราไทย
4) ความต้องการใช้ยางสงเคราะห์ ทั้งนี้ราคายางสังเคราะห์แปรผันตามราคาน้ำมันดิบ
5) ปริมาณการผลิต พื้นที่ ภูมิอากาศ
6) นโยบายการผลิตและการส่งออกของประเทศผู้ผลิตหลัก
7) อัตราแลกเปลี่ยน
8)การเก็งกําไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า
9) ราคาน้ำมันดิบ
10)มาตรการแทรกแซงของรัฐบาล

จึงจะเห็นว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวกับการขึ้นลงราคายาง กลไกอันซับซ้อนนี้ ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่ไทยควบคุมไม่ได้
มีการรวมตัวกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติภายใต้ Association of Natural
Rubber Producing Countries หรือ ANRPC ซึ่งมีทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเชีย มาเลเซีย ปาปัวนิวกีนี ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม
วันหลังจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไร

……….
อ้างอิง
กฤษณี พิสิฐศุภกุล. 2014
เบื้องหลังตลาดและการกําหนดราคายางพาราไทย. ธนาคารแห่งประเทศไทย

Malaysian natural rubber statistics. http://www.glm.gov.my
………….

ยางร้อน ต้องแหลง3
สารจากรัฐมนตรี
ด่วนที่สุด

เรื่อง การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์และราคายางพาราตกต่ำของประเทศไทย
ตามที่ได้มีการสนับสนุนให้ปลูกยางพาราในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนับล้านไร่มาตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาโดยไม่มีการวางแผนการผลิต (Agriculture Production Plan) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดนั้น ได้ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นทั้งผู้ผลิตยางพาราปริมาณมากที่สุดในโลกรวมทั้งเป็นผู้ส่งออกยางพารามากที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันราคายางพาราในประเทศไทยและในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงเป็นระยะๆ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางส่วนใหญ่ประสบความเดือดร้อนมีรายได้ไม่เพียงพอ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆ เหมือนเช่นในอดีตที่ราคายางพาราตกต่ำ
สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ทำการศึกษาปัญหาภาวะวิกฤติราคายางพาราและแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำจากข้อมูลและข้อเท็จจริงจากพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากองค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ (IRSG) และหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้พบข้อเท็จจริงที่สำคัญสรุปได้ดังนี้

  1. ประเทศไทยมีพื้นที่กรีดยางมากที่สุดในกลุ่มประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน เวียดนามและอินเดีย โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีพื้นที่กรีดยางได้ จำนวน 20.32 ล้านไร่ ทำให้ประเทศไทยมีผลผลิตยางมากที่สุดในโลกจำนวน 4.5 ล้านตัน เมื่อเทียบกับการผลิตยางธรรมชาติของทั้ง 6 ประเทศรายใหญ่
  2. ปัจจุบันราคายางพาราอยู่ในภาวะขาลง โดยราคายางแท่ง ปี 51-60 หดตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 4.12 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปี 51-60 หดตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 2.86%
  3. ต้นทุนการผลิตยางแผ่นดิบของประเทศไทย ปี 2550 – 2559 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเป็นระยะๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะลดลงแต่อย่างใดโดยปัจจุบันมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.94
  4. ในขณะที่ประเทศไทยมีต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แต่เกษตรกรขายยางพาราได้ราคาลดลง ต้นทุนการผลิตยางแผ่นดิบของไทย และราคาที่เกษตรกรขายได้ปี 2550-2559 ต้นทุนเฉลี่ย ปี 50-59 เท่ากับร้อยละ 6.94 ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ ปี 50-59 เท่ากับติดลบร้อยละ 3.76 ซึ่งในปี 57-59 ต้นทุนการผลิตยางแผ่นดิบสูงกว่าราคาที่เกษตรกรขายได้
  5. สถานการณ์ราคายางพาราเปรียบเทียบกับผลผลิตทั้งประเทศ ตั้งแต่ปี 2540 – ปัจจุบัน จะเห็นว่าปี 2557 – 2561 ปริมาณผลผลิตยางเฉลี่ยในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะๆ โดยปัจจุบันมีปริมาณผลผลิตยางมากที่สุดจำนวน 4.50 ล้านตันมากกว่าทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา ในขณะที่ราคายางพาราในตลาดโลกลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับปริมาณยางพาราที่สูงขึ้นนั้น ในช่วงปี 2557 – 2561 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็มีราคาลดต่ำลงทำให้มีการใช้ยางสังเคราะห์มากกว่ายางพารา ขณะเดียวกันได้เกิดความขัดแย้งทางการค้า (Trade War) ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ จีน และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกา จึงทำให้การส่งออกยางพาราจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนหรือประเทศลูกค้ารายสำคัญลดลง ส่งผลกระทบต่อราคายางในประเทศไทยลดลงด้วย รายละเอียดตามแผนภาพที่แนบมาพร้อมนี้ ข้อพิจารณา
    เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาราคายางพาราในประเทศไทยให้ยั่งยืนและไม่มีผลกระทบต่อระบบการคลังของประเทศก็คือการลดการพึ่งพาการส่งออกเพราะราคายางพาราในต่างประเทศอยู่ในภาวะเวลาลดลงทุกตลาดและราคายางพาราซื้อขายในประเทศก็ยังอิงกับราคาซื้อขายยางพาราล่วงหน้า (future trading) ในต่างประเทศด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศให้มากขึ้นพร้อมกับการปรับสมดุลลดปริมาณ (supply) ยางพาราลงด้วย จึงจะทำให้ราคายางพาราในประเทศมีเสถียรภาพ

ข้อเสนอ:ในการแก้ไขปัญหายางพาราต่อคณะกรรมการยางพาราและคณะก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s