สาคู : อนุรักษ์ ทำลาย ใช้ประโยชน์

ระบบนิเวศน์ชุมชนป่าสาคู

ระบบนิเวศน์( Ecosystem) หมายถึงสรรพสิ่งทั้งหลายที่อยู่รวมกันบนโลกนี้ ลักษณะทั่วไปของระบบนิเวศน์ประกอบด้วย ความหลากหลายของชนิดพืช สัตว์ (Diversity of species) ความซับซ้อนของระบบ(Complexity of ecosystem) ความมีปฏิสัมพันธ์ในระบบ(Interaction in ecosystem) และการคัดเลือกธรรมชาติ(Natural selection) (กรมวิชาการเกษตร,2540)

ระบบสังคมมนุษย์ (Human social system) หมายถึง ระบบความสัมพันธ์ที่เกิดจากการกระทำระหว่างกันของคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปด้วยจุดมุ่งหมายที่เป็นประโยชน์หรือความสนใจร่วมกันเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งของชีวิตที่ต้องติดต่อกัน(พัทยา สายหู ,2540)

              แนวคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างระบบ 2 ระบบนี้ ที่สำคัญได้แก่แนวความคิดมนุษย์นิเวศวิทยา(Human Ecology) ที่อธิบายระบบทั้งสองระบบนี้ว่าเป็นระบบย่อยกึ่งอิสระ (Semi autonomous) ที่มีการกระทำต่อกันขององค์ประกอบต่างๆภายในระบบเอง ในขณะเดียวกันระบบทั้งสองนี้จะมีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อกันเมื่อระบบหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง อีกระบบจะได้รับผลกระทบไปด้วย          เช่น กิจกรรมของมนุษย์เป็นตัวเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และสังคมมนุษย์จะเปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมถูกเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์นี้จะมีการปรับเปลี่ยนและวิวัฒนาการไปร่วมกันไม่จบสิ้น(สมยศ ทุ่งหว้า,2541)

ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งคือระบบนิเวศชุมชน (Community Ecosystem) ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เป็นชุมชนกับทรัพยากร โดยมนุษย์ใช้กระบวนการทางสังคมและวัฒนธรรม สร้างเป็นวิถีชีวิต และถ่ายทอดออกมาสู่รุ่นหลังต่อไปอย่างเป็นระบบ มนุษย์มีระบบ เช่นเกษตร ในการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการผลิต  ขณะเดียวกันระบบการผลิตนี้ได้หล่อหลอมเป็นวิถีชีวิตให้แก่ชุมชนด้วย จนกลายเป็นแบบแผนการปฏิบัติและวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังต่อไปโดยทางการศึกษาเรียนรู้ (อานันท์ กาญจนพันธ์ ,2543)

สาคูเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์อย่างมากกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแถบพื้นที่ตำบลนาข้าวเสียและตำบลโคกสะบ้า อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง มาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ สาคูได้สะท้อนให้เห็นถึงการก่อให้เกิดวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของผู้คนในพื้นที่อย่างเด่นชัด ชาวบ้านรู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากต้นสาคูมาตั้งแต่อดีต  ผู้อาวุโสในชุมชนได้บอกถึงความสำคัญของสาคูที่เป็นเสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตที่ขาดไม่ได้

              คำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ กล่าวว่า “คนสมัยก่อน ไม่ว่าเขาจะย้ายไปตั้งรกรากที่ใดจะนำเอา มะพร้าว หมาก ไปปลูกพร้อมๆ กับการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ จะสังเกตได้ง่าย เมื่อเราเดินทางไปยังที่ใดก็ตามเห็นต้นมะพร้าว ต้นหมาก ก็จะรู้ได้ทันทีว่าที่นั่นต้องมีบ้านคนหรือมีชุมชนอยู่อย่างแน่นอน  ก็เปรียบเหมือนสาคูที่ผู้คนในพื้นที่แถบอำเภอนาโยงมักจะนำติดตัวไปปลูกด้วยเสมอเมื่อมีการย้ายถิ่นตั้งรกรากใหม่”        

ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในป่าสาคู

              สัตว์บก   ได้แก่ สัตว์จำพวกนก เช่น นกกระยาง นกเขา นกเป็ดน้ำ นกกรงหน้านวล นกพังกะ นกกรงเกร็ก นกขมิ้น นกหวาด นกกวัก นกเค้าแมว สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ตะกวด เต่า ตะพาบน้ำ กิ้งก่า งู หนู พังพอน กระรอก

              สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้แก่ กบ เขียด จงโคร่ง อึ่งอ่าง

              สัตว์น้ำ  ได้แก่ ปลาช่อน ปลาไหล ปลาหมอ ปลาดุก ปลาตูหนาหูดำ ปลาตูหนาหูขาว ปลาดุกลำพัน(ปลามัด) ปลาลูกขาว ปลาหลาด ปลาหลด ปลาช่อนไซ ปลากริม ปลาตะเพียน ปลาม่อม ปลาโอน ปลาดุกด้าง ปลาแขยง ปลาซิว ปลากัด ปลาเข็ม ปลากระดี่ ปลาแป้น ปลาข้างลาย ปลาขี้ขม ปลาลำปำ ปลาแก้มชำ  กุ้งนา กุ้งฝอย กุ้งก้ามกาม ปูนา หอยกาบ หอยจุ๊บ หอยข้าว หอยหวาย หอยโข่ง หอยทาก

              สัตว์จำพวกแมลงต่างๆ ได้แก่ ด้วง ตั๊กแตน จิ้งหรีด แมงดา

ผลไม้พื้นบ้าน ได้แก่  กำซำ ปุดช้าง ระกำ หวายลิง หว้าเล็ก หว้าใหญ่ หลุมพี 

              พืชผักพื้นบ้าน  ได้แก่ ชะพลู ขี้เหล็ก แคหางค่าง จิก ขี้เหล็ก กระพังโหม กูด กุ่มน้ำ  ขรี แซะ ตำลึง ชุมเห็ดใหญ่  ชะมวง  เถาคัน ทองหลาง บอนเกียบ บอนท่า บอนเขียว น้ำนอง บอนส้ม บังบาย บัวบก บอนยายรัด บุกบ้าน บุกป่า บัวครั่ง ปุด ผักชีล้อม ผักบุ้ง ผักปลัง ผักปอ ผักริ้น ผักแว่น  ผักเสี้ยนผี ผักหนาม ผักโหม ผักหวานบ้าน ไผ่ป่า แฟบ มะกอกป่า มะเขือพวง มะเดื่อ มะแว้ง มะหาด มะอึก มันทึง มันธาตุ ยอบ้าน  ลำเพ็ง สำปะสี(ผักกาดนกเขา) ลังไก่ ลิ้นห่าน เล็บเหยี่ยว ส้มกุ้ง สัมเค้า ส้มเม่า สมเส็จ ผักปล้อง หนามควายทึก บัวหลวง

               สัตว์จำพวกผู้ย่อยสลาย ได้แก่ ไส้เดือน และจุลินทรีย์ ต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ป่าสาคู

              การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ของป่าสาคูเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งวิถีชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเริ่มจากส่วนใดก็จะส่งผลกระทบถึงกันและกัน   โดยภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือการสูญหายของพื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องดังนี้

 สาเหตุการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ป่าสาคู

 นโยบายการพัฒนาประเทศสู่อุตสาหกรรม

ด้วยนโยบายการพัฒนาแบบทุนนิยมและระบบเสรีของการแข่งขัน ทำให้ไทยกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศเพื่อสร้างรายได้โดยเร่งเพิ่มผลผลิตจากเกษตรกรรมซึ่งเป็นรากฐานเดิมของสังคม และใช้ตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาคือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ รัฐจึงพยายามเร่งให้ชนบทใช้ทรัพยากร แต่ก็กำหนดค่าแรงและราคาพืชผลให้ต่ำ เพื่อให้อาหารในเมืองมีราคาต่ำ นักลงทุนจะได้เห็นกำไรชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการล่มสลายของชุมชนและทรัพยากร ขณะเดียวกันก็เร่งพัฒนาเมืองเพื่อให้ประชาชนขวนขวายหารายได้เพื่อสร้างความสะดวกสบาย

การแพร่กระจายเทคโนโลยีการผลิตแบบการปฏิวัติเขียว(Green revolution)    

การปฏิวัติเขียวเป็นความพยายามในการเพิ่มผลผลิตต่อเนื้อที่ทำการเกษตร โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น พันธุ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล และการชลประทาน   การปฏิวัติเขียวได้ทำให้วิถีการเกษตรแบบดังเดิมของไทยสูญหายไปพร้อมกับความสงบสุขของชีวิตและสังคมชนบท   ทำให้เกิดการพึ่งพาระบบตลาด การผลิตเน้นการใส่ปัจจัยการผลิตจึงทำให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมสูง โดยเฉพาะการขยายพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการพัฒนาระบบชลประทาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการบุกรุกและทำลายป่าสาคูอย่างมาก

การเปลี่ยนวิถีการดำรงชีพของชาวบ้าน         

ความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ทำให้ชาวบ้านยอมรับวัฒนธรรมทางวัตถุเข้ามามาก เพื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราซื้อสิ่งเหล่านั้นชาวบ้านต้องขายทรัพยากรจากชุมชนทั้งเป็นส่วนที่ผลิตเองและหาได้จากธรรมชาติ จึงไม่แปลกที่จะมีการเลือกวิธีการใช้ปุ๋ยเคมี พันธุ์พืชใหม่ ความก้าวหน้าทางเทคนิคที่จะนำมาปรับปรุงการผลิตให้มีรายได้มากขึ้น รวมทั้งการไม่เห็นความสำคัญของป่าสาคูซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้เป็นตัวเงินอย่างชัดเจนและมากพอ

 การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม 

ปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น แร่ธาตุ ดิน และน้ำ  โดยธรรมชาติ เช่น กรณีการเกิดภัยแล้งจากปรากฏการณ์ เอล นิโญ(El Nino) ที่ส่งผลให้ปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติ  การเกิดอุทกภัย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากภาวะโลกร้อน(Green house effect ) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้สภาพที่เหมาะสมของการเจริญเติบโตของสาคูเปลี่ยนแปลงไปจากพื้นที่ที่ที่เคยเป็นแหล่งชุ่มน้ำเป็นที่แห้งแล้ง ต้นสาคูจึงไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้   

 ลักษณะการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ป่าสาคู

               การเกิดการเปลี่ยนแปลงของป่าสาคูจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบสองระบบ คือตัวของระบบนิเวศน์ป่าสาคูเอง และระบบสังคมมนุษย์ ซึ่งทั้งสองระบบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบใดอีกระบบก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเกิดจากส่วนของป่าสาคูหรือเกิดจากการเปลี่ยนสภาพสังคมชุมชน ก็จะส่งผลกระทบต่อกันและกัน

การตอบสนองพืชชนิดใหม่และไม่ให้ความสนใจต่อป่าสาคู

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่ออิทธิพลการพัฒนาประเทศแบบใหม่ที่มุ่งให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจหรือปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดขยายเข้าไปถึงพื้นที่ดังกล่าว การตอบสนองอาชีพแบบใหม่และการพัฒนาแบบใหม่ของรัฐก็มีผลกระทบต่อป่าสาคูมากขึ้นเป็นลำดับ  โดยเริ่มต้นจากการปลูกข้าวของชาวนาในยุคการพัฒนาแบบใหม่เกิดภาวะที่ต้นทุนไม่สมดุลกับรายได้มากขึ้น คือต้นทุนการผลิตสูงในขณะที่ผลผลิตราคาต่ำ พร้อมๆกับชาวนาได้เคลื่อนตัวเองไปสู่การพึ่งพิงตลาดมากขึ้นในด้านการบริโภคอุปโภคและการใช้บริการจากเมือง  ความต้องการเงินจึงมีมากขึ้นเป็นลำดับ ชาวนาจึงเริ่มเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่นแทนที่แพร่หลายอย่างรวดเร็วคือการทำสวนยางพารา เพราะในช่วงนั้นราคาดีกว่าข้าว  การปลูกยางพาราไม่ต้องอาศัยความชุมชื้นของป่าสาคูเป็นตัวช่วย  ชาวบ้านจึงเริ่มหมดความสนใจเรื่องป่าสาคูไปในตัวด้วย และสุดท้ายคือการปล่อยให้สาคูถูกทำลายไปจากธรรมชาติ

ชลประทานแบบใหม่ต้องไม่ให้มีป่าสาคู

นอกจากนี้การชลประทานที่ขยายเข้ามาในเขตพื้นที่ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการขุดลอกคลองที่เคยเต็มไปด้วยป่าสาคู โดยอ้างระบบวิชาการสมัยใหม่ที่ต้องการให้ลำคลองมีลักษณะเป็นลำคลองส่งน้ำที่น้ำไหลสะดวกตลอดสายลำคลอง ถึงแม้จะมีเสียงชาวบ้านที่ยังคงทำนาอยู่คัดค้านอยู่บ้างแต่ก็ไม่เข้มแข็งนักเพราะผู้ที่เปลี่ยนไปทำยางพาราแล้วก็ไม่สนใจคัดค้าน ชาวนอีกส่วนหนึ่งก็หันไปเชื่อข้ออธิบายของทางราชการที่ว่าการจัดการน้ำแบบใหม่ของกรมชลประทานจะทำให้น้ำสำหรับทำนาอุดมสมบูรณ์ขึ้น โดยทางกรมชลประทานได้สร้างเหมืองคอนกรีตแทนเหมืองไส้ไก่ของชาวบ้าน และสร้างทำนบคอนกรีตกั้นน้ำเป็นระยะเพื่อทดน้ำเข้านาแทนระบบป่าสาคู   รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มาขุดลอกคลองก็มักจะทำไปโดยชาวบ้านไม่รู้ล่วงหน้า โดยถือว่าลำคลองและชายฝั่งคลองเป็นที่สาธารณะที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐอยู่แล้ว ผลที่เกิดขึ้นคือต้นสาคูบริเวณฝั่งคลองลดลงมาก ในขณะที่ระบบชลประทานของรัฐก็ล้มเหลวในการจัดการน้ำหรับทำนา ก็ยิ่งสงผลให้ชาวนาเลิกทำนามากขึ้นอีก

 สมดุลระบบนิเวศน์เปลี่ยนไปทำให้ลดความอุดมสมบูรณ์และศัตรูพืชระบาด

การที่ชาวนาเลิกทำนา วิถีชีวิตและความสัมพันธ์ของชาวนากับป่าสาคูที่เคยอยู่ตามหัวไร่ปลายนาก็หมดบทบาทไปมาก เมื่อการทำนาเหลือน้อยชาวนาก็ต้องเผชิญกับกองทัพหนูที่เคยกระจายตัวอยู่ในที่ต่างๆได้มารวมกันจู่โจมที่นาที่เหลืออยู่น้อยนั้นอย่างรวมศูนย์ ซึ่งแน่นอนว่าป่าสาคูก็เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของหนูนาด้วย ชาวบ้านบางส่วนจึงต้องเผาป่าสาคูทิ้งเพื่อขจัดแหล่งที่อยู่ของหนูนาดังกล่าว ต้นสาคูและสิ่งมีชีวิตต่างๆในป่าสาคูจึงหายไปจากบริเวณ 2 ตำบลนี้อย่างมาก ที่เหลืออยู่ก็เพียงเล็กน้อยและไม่ได้รับความเอาใจใส่จากเจ้าของ ปัจจุบันถึงแม้จะยังเหลือผู้ทำนาอยู่แต่ก็ได้ผลไม่คุ้มค่า การเปลี่ยนที่นาเป็นสวนยางจึงยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง บางส่วนไม่มีเงินที่จะลงทุนทำสวนยางก็ต้องปล่อยที่นาทิ้งไว้โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไร

 ค่านิยมวัตถุใหม่ และความสะดวกสบายทดแทนประโยชน์ใช้สอยป่าสาคู

ในขณะที่การพัฒนาแบบใหม่ขยายตัวเข้าสู่หมู่บ้านดังที่กล่าวมา ผลิตภัณฑ์จากต้นสาคูโดยเฉพาะตับจากสาคูซึ่งเคยเป็นสินค้าสำคัญก็หมดความนิยมไปด้วย โดยคนหันไปนิยมใช้สังกะสีมุงหลังคาแทน เพราะมีความคงทนและราคาก็ไม่สูงนัก อีกทั้งอาหารและยาจากต้นสาคูและป่าสาคูก็กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญไปเมื่อสินค้าจากเมืองขยายเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะความสะดวกสบายในการหาซื้ออาหารที่มีการบริการสินค้าจากภายนอกเข้ามาสู่ชุมชนได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ในจังหวะที่ป่าสาคูเสื่อมโทรม

จากผลกระทบต่างๆที่เข้ามากระทบป่าสาคูทั้งจากการกระทำของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติล้วนเป็นผลให้ระบบนิเวศน์ป่าสาคูเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ มีความสมบูรณ์น้อยลง ปริมาณลดลง และอาจสูญหายไปในที่สุดหากชาวบ้านไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาได้  



ที่มา http://www.samrancom.com/sago.pdf

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s