Kick off และ MOU ฟ้าทะลายโจร สงขลา

MOU และ kick off สงขลาเมืองสมุนไพรต้านโควิด 19 ระหว่าง สวพ.8, อบจ.สงขลา, เกษตรจังหวัดสงขลา, สธ.จังหวัดสงขลา, รพ.สิงหนคร, คณะเภสัช มอ., สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนสงขลา, โดนงบ และมี ท่านสส.เดชอิศม์ ขาวทอง, ทางไทยเอ้าท์เลต, ผู้ประกอบการตลาด และชุมชน ป่าขาดโมเดล ร่วมจับมือ ขับเคลื่อน

โครงการ “สงขลา เมืองสมุนไพรต้านโควิด 19”

  1. สถานการณ์จังหวัดสงขลา
    ผู้ป่วยโควิด 19 สะสมมากขึ้นเป็นลำดับ ได้สร้างความวิตกให้แก่ประชาชน การติดเชื้อในจังหวัดสงขลามีกลุ่มเสี่ยงสูงคือภาคอุตสาหกรรม โรงงาน สถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ตลอดจนการระบาดในชุมชน ซึ่งได้ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเพิ่มขึ้น
    ในภาคเกษตรของจังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบจาก covid19 ทำให้สินค้าเกษตรมีการบริโภคและการกระจายสินค้ามีน้อยลง ตลาดชุมชนปิดตัว เกษตรกรจำหน่ายได้น้อย สินค้าราคาตกต่ำ อันนำไปสู่รายได้ที่ต่ำลง และเกิดผลกระทบต่อเนื่องในทั้งทางเศรษฐกิจ และ สังคม
  2. การแก้ปัญหาในระดับนโยบายของชาติ
    ตามแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 พ.ศ. 2564 – 2565 ได้กำหนดเป้าหมาย “ล้มแล้วลุกไว” (Resilience) โดยมีมิติการพัฒนา 3 ประการ ได้แก่
    1) การพร้อมรับ (Cope) หมายถึง ความสามารถ ในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะวิกฤติ ให้สามารถยืนหยัดและต้านทานความยากลำบาก รวมถึงฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
    2) การปรับตัว (Adapt) หมายถึง การปรับทิศทาง รูปแบบ และแนวทางการพัฒนาให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมกระจายความเสี่ยงและปรับตัวอย่างเท่าทันเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น และ
    3) การเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อม เติบโตอย่างยั่งยืน (Transform) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและปัจจัยพื้นฐานให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง
    เป้าหมายสำคัญแผนแม่บทเฉพาะกิจฯ คือ “คนสามารถยังชีพอยู่ได้ มีงานทำกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สร้างอาชีพและกระจาย รายได้สู่ท้องถิ่น เศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ และมีการวางรากฐาน เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”
    โดยได้ระบุประเด็นการพัฒนา 4 ประการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ประกอบด้วย 1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศ (Local Economy) เพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งพาต่างประเทศ 2) การยกระดับขีดความสามารถของประเทศเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว (Future Growth) 3) การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ (Human Capital) 4) การปรับปรุงและพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ (Enabling Factors) ให้สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพของประเทศ
    สำหรับด้านเกษตร แผนแม่บทเฉพาะกิจฯ ได้บรรจุประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้คือ พร้อมรับ (Cope) 1) สร้างแพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัลให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนสามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้โดยตรง เพื่อสร้างรายได้ และเป็นฐานรองรับให้แก่แรงงานที่ตกงาน ปรับตัว (Adapt) 1) ส่งเสริมการปรับตัวของเกษตรกร โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรผ่านการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ พัฒนาระบบคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัย และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมทั้งเรียนรู้การใช้แพลตฟอร์ม และเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์รูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ 2) พัฒนาระบบโลจสติกส์และห่วงโซ่อุปทานภาคการเกษตรให้ยังสามารถขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศได้ในสภาวะวกฤตที่ระบบตลาดหยุดชะงักรวมถึงเชื่อมโยงกับภาคการผลิตอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมเติบโต(Transform) ปรับโครงสร้างภาคการเกษตรโดยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มผลิตภาพการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร และสามารถเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพในภาคการผลิตที่ต่อเนื่อง อาทิอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์
  3. ชุมชนต้นแบบพืชสมุนไพรต้านโควิด 19
    สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 8 สงขลา กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดทำโครงการ “ชุมชนต้นแบบ พืชสมุนไพรต้านโควิด 19” ขึ้นมาช่วยเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนและพัฒนาชุมชนเกษตรในการผลิตสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ขิง กระชายขาว เพื่อการรับมือกับการระบาดของโรค ได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน ตามแนวทางการแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 พ.ศ. 2564 – 2565 “ล้มแล้วลุกไว”
    เป้าหมาย
    ชุมชนเกษตร ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 จำนวน 5 ชุมชน ในจังหวัดสงขลา
    วิธีการดำเนินงาน
  4. ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ และทำข้อตกลงในการมีส่วนร่วมชองชุมชน
  5. พัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรแบบมีส่วนร่วม โดยให้ความรู้ การพัฒนาการผลิต แปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาการตลาด และการประชาสัมพันธ์ ดังนี้
    2.1 จัดทำแหล่งขยายพันธุ์สมุนไพร 15,000 ต้น
    2.2 จัดทำแปลงต้นแบบพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 ครัวเรือนละ 100 ต้น ปลูกฟ้าทะลายโจร 40 ต้น กระชายขาว 30 ต้น ขิง 30 ต้น เพื่อใช้ในครัวเรือน แบ่งปันในชุมชน เป็นแหล่งขยายพันธุ์ และเป็นรายได้เสริม เป้าหมาย 5 ชุมชน 32 ราย
    2.3 แปลงต้นแบบฟ้าทะลายโจรเชิงพาณิชย์ รายละ 1,000 ต้น ปลูกเพื่อการผลิตผงฟ้าทะลายโจรแคปซูล จำหน่าย เป็นรายได้ และแบ่งปันในชุมชน เป้าหมาย 3 ชุมชน 10 ราย
    2.4 การรับรองมาตรฐานสินค้า GAP อินทรีย์
    2.5 พัฒนาการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์สินค้า และการรับรองมาตรฐาน อย. GMP
    2.6 การส่งเสริมการตลาดชุมชน และตลาดดิจิตอล
    2.7 การประชาสัมพันธ์
    2.8 ติดตาม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียน และ ประเมินผลสำเร็จ

สถานที่ดำเนินการ คาบสมุทรสทิงพระ

  1. ชุมชนป่าขาดโมเดล ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  2. ชุมชนรำแดงโมเดล ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  3. ชุมชนบ้านแคโมเดล ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา
  4. ชุมชนโพธิ์กลาง ต.ท่าหิน อ.สิงพระ จ.สงขลา
  5. ชุมชนวัดสน ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา
    ผลผลิต (output)
  6. ได้รูปแบบการพัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรชุมชน
  7. ได้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง
    ผลลัพธ์ (outcome)
  8. ชุมชนมีการปรับตัว (Adapt) โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เชิงพาณิชย์ จำนวน 10,000 ต้น มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมเติบโต (Transform) โดยสามารถผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เชิงพาณิชย์ได้ และมีความสามารถในการพร้อมรับ (Cope) โดยเข้าถึงตลาดดิจิทัลในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น
  9. ชุมชนเกษตร สร้างมูลค่าจากการผลิตฟ้าทะลายโจร และสมุนไพรอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านบาท
    ผลกระทบ (impact)
  10. ชุมชนเกษตร มีความสามารถในการจัดการตนเองได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงทางด้านยาสมุนไพรต้านโควิด 19 ชุมชนเกษตร และเพิ่มความสามารถรับมือกับผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด 19 อันจะนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
  11. การขยายผลสู่วงกว้าง
    การขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรจังหวัดสงขลา เกิดขึ้นจาก นายเดชอิศม์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดสงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่8 สงขลา กรมวิชาการเกษตร และนายวิชาญ ช่วยชูใจ ทางไทยฟาร์มเอาท์เลท เห็นว่าควรขยายผลโครงการต้นแบบของ สวพ8 ไปสู่ตำบลต่างๆ ในจังหวัดสงขลา จึงได้ประสานความร่วมมือกับ
    สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานสาธารณสุขสงขลา โรงพยาบาลสิงหนคร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนสงขลา
    ร่วมลงนาม MOU และจัด กิจกรรม Kick off การปลูกฟ้าทะลายโจรต้านโควิด 19 ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ณ แปลงเกษตรกรต้นแบบโครงการชุมชนต้นแบบพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 8 สงขลา หมู่ที่ 4 ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 พร้อมกับการเตรียมจัดทำโครงการ “สงขลา เมืองสมุนไพรต้านโควิด 19” ขึ้นมาช่วยเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนและพัฒนาชุมชนเกษตรในการผลิตสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ขิง กระชายขาว เพื่อการรับมือกับการระบาดของโรค ได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน ตามแนวทางการแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 พ.ศ. 2564 – 2565 “ล้มแล้วลุกไว”

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมการปรับตัวของเกษตรกร (Adapt) โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร พัฒนาระบบคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ของพืชสมุนไพร ต้านโควิด 19
  2. เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมเติบโต(Transform) โดยปรับโครงสร้างภาคการเกษตรชุมชนให้สามารถผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เชิงพาณิชย์
  3. เพื่อส่งเสริมการพร้อมรับ (Cope) โดยพัฒนาการเข้าถึงตลาดดิจิทัล

เป้าหมาย
ชุมชนเกษตร ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 จำนวน 127 ตำบล ของจังหวัดสงขลา

ผลผลิต (output)

  1. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล มีการปรับตัว (Adapt) โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เชิงพาณิชย์ จำนวน 1,000 ต้น/ตำบล หรือ 127,000 ต้นในจังหวัดสงขลา
  2. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมเติบโต(Transform) โดยสามารถผลิตพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เชิงพาณิชย์ ไม่น้อยกว่า 125,000 แคปซูล/ตำบล หรือประมาณ 15 ล้าน แคปซูล
  3. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล มีความสามารถในการพร้อมรับ (Cope) โดยเข้าถึงตลาดดิจิทัลในการจำหน่ายสินค้า

ผลลัพธ์ (outcome)

  1. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล สร้างมูลค่าจากการผลิตฟ้าทะลายโจร และสมุนไพรอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 250,000 บาท/ตำบล หรือประมาณ 31.7 ล้านบาท
  2. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล มีความมั่นคงทางด้านยาสมุนไพรต้านโควิด 19
  3. ชุมชนเกษตร 127 ตำบล มีความสามารถในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดดิจิทัล
    ผลกระทบ (impact)
    ชุมชนเกษตร 127 ตำบลมีความสามารถในการจัดการตนเองได้เพิ่มขึ้น สามารถรับมือกับผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด 19 อันจะนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s