ความมั่นคงทางด้าน ตอนที่3 มีกินแต่กินดีแล้วหรือยัง?

อยู่ดี มีกิน แต่กินไม่ดี?
‘”วิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคงทางอาหารชุมชน “
ตอนที่3

ในช่วงปี พ.ศ. 2551 – 2560 กลุ่มวิจัยวัตถุมีพิษการเกษตร กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร มีการเก็บตัวอย่างจากแหล่งจำหน่ายทั่วประเทศ และจากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อกำหนดค่าปริมาณสูงสุดของสารพิษตกค้าง (Maximum Residue Limit Establishment : MRL) โดยมีการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง ในผัก สมุนไพร และผลไม้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งสิ้น 2,544 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้าง 51% ของตัวอย่างทั้งหมด พืชผัก ผลไม้ ที่ตรวจวิเคราะห์มีความหลากหลายจึงแบ่งพืช ตามการจัดกลุ่มสินค้าเกษตร: พืช (มกษ. 9045-2559) ผัก 15 ชนิด ตรวจวิเคราะห์รวม 1,723 ตัวอย่าง (พบ 42%) ดังนี้ กลุ่มแตงกวา พบสาร 6 - 12 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 0.47 mg/kg แตงกวา 131 ตัวอย่าง (พบ 14.5%) มะระ 107 ตัวอย่าง (พบ 22.4%) บวบ 102 ตัวอย่าง (พบ 16.7%) โดยพบสาร metalaxy, chlorpyrifos และ diazinon ตกค้างสูงสุด กลุ่มแตงโม 98 ตัวอย่าง (พบ 15.3%) พบสาร 6 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 0.07 mg/kg พบ acephate ตกค้างสูงสุด กลุ่มวินเทอร์สควอช ได้แก่ ฟักทอง 38 ตัวอย่างไม่พบสารพิษตกค้าง ฟักเขียว 81 ตัวอย่าง (พบ 2.5%) พบ chlorpyrifos ปริมาณ 0.05 - 0.09 mg/kg ผัก บริโภคผลนอกเหนือจากตระกูลแตง พบสาร 13 - 16 ชนิด ปริมาณ <0.01 - 3.94 mg/kg ได้แก่ กลุ่มพริก 180 ตัวอย่าง (พบ 65%) กลุ่มมะเขือ ได้แก่ มะเขือยาว 112 ตัวอย่าง (พบ 65.2%) และมะเขือเปราะ 77 ตัวอย่าง (พบ 44.2%) พบ profenofos, omethoate และ ethion ตกค้างสูงสุด กลุ่มผักใบตระกูลกะหล่ำ พบสาร 7 - 37 ชนิด ปริมาณ <0.016.47 mg/kg ได้แก่ คะน้า 220 ตัวอย่าง (พบ 65.5%) และกวางตุ้ง 58 ตัวอย่าง (พบ 55.2%) พบ cypermethrin ตกค้างสูงสุด กลุ่มถั่วฝักสดแบบเมล็ดไม่กลม พบสาร 7 - 15 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 14.88 mg/kg ได้แก่ ถั่วฝักยาว 380 ตัวอย่าง (พบ 38.9%) และถั่วแขก 28 ตัวอย่าง (พบ 53.6%) พบ cypermethrin ตกค้างสูงสุด กลุ่มถั่วฝักสดแบบเมล็ดกลม ได้แก่ ถั่วลันเตา 52 ตัวอย่าง (พบ 57.7%) พบสาร 4 ชนิดปริมาณ 0.01 - 2.05 mg/kg พบ cypermethrin ตกค้างสูงสุด กลุ่มผักที่บริโภคลำต้นและก้าน ได้แก่ คื่นช่าย 59 ตัวอย่าง พบ (81.4%) พบสาร 10 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 10.95 mg/kg พบ cypermethrin ตกค้างสูงสุด พืชสมุนไพรในกลุ่มไม้ล้มลุก 6 ชนิดตรวจวิเคราะห์รวม 371 ตัวอย่าง (พบ 64%) พบสาร 10 - 30 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 14.46 mg/kg ได้แก่ กะเพรา 107 ตัวอย่าง (พบ 60.7%) โหระพา 98 ตัวอย่าง (พบ 70.4%) แมงลัก 13 ตัวอย่าง (พบ 53.8%) สะระแหน่ 48 ตัวอย่าง (พบ 72.9%) ผักชี 51 ตัวอย่าง (พบ 54.9%) และผักชีฝรั่ง 54 ตัวอย่าง (พบ 64.8%) พบ cypermethrin chlorpyrifos และ ethion ตกค้างสูงสุด ผลไม้ 5 ชนิดตรวจวิเคราะห์รวม 450 ตัวอย่าง (พบ 73%) ดังนี้ ตระกูลส้มเปลือกร่อน ได้แก่ ส้ม 124 ตัวอย่าง (พบ 100%) พบสาร 30 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 3.14 mg/kg พบ carbendazim ตกค้างสูงสุด และตระกูลส้มโอ 144 ตัวอย่าง (พบ 68%) พบสาร 18 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 1.04 mg/kg พบ carbendazim ตกค้างสูงสุด ตระกูลเบอรี่ และผลไม้ขนาดเล็ก ไม้เลื้อย ได้แก่ องุ่น 30 ตัวอย่าง (พบ 100%) พบสาร 26 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 12.20 mg/kg พบ carbendazim ตกค้างสูงสุด ผลไม้เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนที่เปลือกบริโภคไม่ได้ ผลใหญ่ผิวเกลี้ยง ได้แก่ มะม่วง 112 ตัวอย่าง (พบ 44.6%) พบสาร 18 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 0.22 mg/kg พบ methomyl ตกค้างสูงสุด ผลใหญ่ผิวขรุขระ ได้แก่ทุเรียน 40 ตัวอย่าง (พบ 70%) พบสาร 17 ชนิด ปริมาณ 0.01 - 4.38 mg/kg พบ cypermethrin ตกค้างสูงสุด

(https://www.doa.go.th/research/showthread.php?tid=2785)

Thai-PAN เปิดผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า มีผักและผลไม้มากถึง 58.7 % ที่พบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน ทั้งนี้โดยผักที่พบการตกค้างเกินมาตรฐานมากที่สุดคือ มะเขือเทศผลเล็ก พริกขี้หนู พริกแดง ขึ้นฉ่าย คะน้า พบตกค้างเกินมาตรฐานทั้งหมดทุกตัวอย่าง (100%) จากที่เก็บมาชนิดละ 16 ตัวอย่าง ผักผลไม้ที่พบการตกค้างรองลงมาได้แก่ กะเพรา (81%) มะระ (62%) ผักบุ้ง (62%) หัวไชเท้า (56%) บร็อกโคลี (50%) ถั่วฝักยาว (44%) แครอท (19%) กระเจี๊ยบเขียว (6%) และหน่อไม้ฝรั่ง (6%) ส่วนมันฝรั่งพบการตกค้างในระดับไม่เกินมาตรฐาน และข้าวโพดหวานไม่พบการตกค้างเลย
(https://www.thaipan.org/highlights/2283)

ผลการศึกษาวิจัยตามโครงการการจัดการสารเคมีในระดับท้องถิ่น และการส่งเสริมการบริโภคอาหารกลางวันที่ปลอดภัยใน 55 โรงเรียน จาก 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ 20 แห่ง ปทุมธานี 11 แห่ง สกลนคร 12 แห่ง และพังงา 12 แห่งระหว่างเดือนกรกฎาคม 2560 – ตุลาคม 2561 ผลจากการตรวจหาสารตกค้างในอาหารกลางวันโรงเรียน ในผักที่โรงเรียนใช้มากที่สุด และบ่อยที่สุด 5 ชนิด 4 ภาค พบว่าเด็กทุกภาคกินผักเหมือนกันเกือบทุกชนิด เช่น แครอท กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง คะน้า มะเขือเจ้าพระยา มะเขือเทศ และในการตรวจได้ส่งเข้าห้องแล็ป และตรวจเพียง 2 กลุ่ม คือ ออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) กับ พัยรีธรัม (Pyrethrum) เพราะได้สำรวจชาวบ้านแล้วว่าใช้อะไรบ้าง ปรากฏว่ามีการใช้สารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตมากในผักกับผลไม้ โดยเฉพาะผักที่ส่งตรวจ 5 ชนิด พบเกือบร้อยละ 100 และสารที่พบมากที่สุด คือคลอร์ไพริฟอส ส่วนสารฆ่าแมลงพัยรีธรัมก็มีการใช้มากพอๆ กับคาร์บาเมต คือร้อยละ 92 สิ่งที่น่าตกใจคือมีการตรวจปัสสาวะด้วย ทั้งนักเรียนและครู จำนวน 436 ตัวอย่างใน 4 จังหวัด พบ ออร์กาโนฟอสเฟต ตกค้างในปัสสาวะถึงร้อยละ 99 ของจำนวนตัวอย่าง (https://biothai.net/node/30571)

โรงพยาบาลเวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวในเวทีเสวนาถึงผลการตรวจเลือดนักเรียนโรงเรียนปอวิทยา อ.เวียงแก่น ชั้น ป.4 ถึง ม.3 จำนวน 211 คน เมื่อเร็วๆนี้ พบว่า มีเด็กถึง 97% ปนเปื้อนสารอันตรายจากยาปราบศัตรูพืช อยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัย และเสี่ยงภาวะมะเร็งในอนาคต อีก 27 คน พบสารปนเปื้อนแต่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ที่เหลือ 6 คน หรือ 2.8% ปลอดสารปนเปื้อน ส่วนครูทั้งหมด 22 คน มีเกณฑ์เสี่ยง 13 คน ไม่ปลอดภัย 1 คน (https://siamrath.co.th/n/98810)

4 ตัวอย่างที่ยกมาสะท้อนออกมาให้เห็นภาพว่าตกลงคนไทยที่มีอาหารกินอุดมสมบูรณ์นั้น
กำลังกินอาหารปลอดภัยกันแค่ไหน?

โจทย์บ้านเราจึงอยู่ที่กินคุณภาพ ปลอดภัย ที่ต้องใส่ใจกันให้มากขึ้น จากข้อมูลเหมือนจะบอกว่าบางทีเราก็ไม่มีทางเลือกให้เลือกกินของดี

สวพ.8 กรมวิชาการเกษตร จึงเอาประเด็นนี้ทำการวิจัยโดยเน้นมาตอบคำถามว่า ชุมชนจะจัดการอาหารตนเองให้กินดีปลอดภัยได้อย่างไร

งานนี้วิจัยในพื้นที่ จังหวัด สงขลา พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา ปี 2565-2567

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s