ความมั่นคงทางอาหาร ตอนที่4 พืชอาหารพอเพียง

“มีเพียงพอเพื่อให้เกิดความพอเพียง และการดำรงชีพอย่างยั่งยืน”

คำสำคัญ ( keywords) ในวันนี้ ได้แก่

  1. วิจัย =ศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาและให้เกิดองค์ความรู้สำหรับนำมาใช้ในการพัฒนา
  2. การจัดการความมั่นคงทางอาหารชุมชน= มี 5 ปัจจัย คือ เข้าถึง ความเพียงพอหลากหลาย ความมีคุณภาพ มีเสถียรภาพ และชุมชนมีหน่วยบริหารจัดการ
  3. เสถียรภาพทางรายได้= การมีรายได้ที่มั่นคง แม้สถานการณ์ต่างๆมากระทบก็ตาม
  4. พอเพียง= ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน รอบรู้ คุณธรรม
  5. ยั่งยืน =เกิดผลได้ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
  6. การดำรงชีพอย่างยั่งยืน ( Sustainable livelihoods )
    = มีรายได้พอ มีความเป็นอยู่ดี มีภูมิคุ้มกันจากความเปราะบางที่มาจากเรื่องไม่คาดคิดหรือเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แม้แต่โรคระบาด มีทุนดำรงชีพทั้งทางกายภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ ทักษะ เงิน และทุนทางสังคม
    มีกลยุทธ์ในการจัดการ

เรื่องพืชพอเพียงเพื่อการดำรงชีพ จึงต้องมีทุกมิติ คือ

1 กลุ่มพืชอาหาร :
เป็นการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ปลูกเองกินเอง ปลอดภัยและลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเพิ่มปริมาณการปลูกพืชอาหารที่ใช้เป็นเครื่องแกง พืชผัก และไม้ผล เพื่อบริโภคในครัวเรือน มีพืชกินได้ได้คุณค่าทางโภชนาการ
วิธีการพัฒนา สำรวจ ทำบัญชี พืชที่ต้องใช้เป็นอาหารประจำวัน แล้วปลูกเพิ่มชนิดที่ยังไม่พอ ทำแบบง่ายๆ เช่น การปลูกในภาชนะต่างๆ ปลูกทุกอย่างที่จะกิน

2 กลุ่มพืชรายได้
เป็นพืชที่เป็นรายได้หลักครอบครัว วิธีการพัฒนา วิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิต หาเทคโนโลยีในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ แปรรูป และสร้างมูลค่าจากจุดเด่นต่างๆ

3 กลุ่มพืชสมุนไพรสุขภาพ
เป็นการเพิ่มปริมาณพืชและการใช้ประโยชน์พืชที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้ยาเคมีซึ่งหลายชนิดให้ผลข้างเคียงที่ทำลายสุขภาพ ตลอดจนสมุนไพรที่เป็นยาตำรับไทยใช้รักษาโรค

4 กลุ่มพืชสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช
เป็นการเพิ่มปริมาณพืชและการใช้ประโยชน์สารสกัดจากพืชเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช ใช้ทดแทนสารเคมี ปลูกพืชที่นำมาใช้ผลิตสารสกัดเช่น สะเดา ข่า ตะไคร้หอม เป็นต้น รวมทั้งมีการผลิตน้ำส้มควันไม้

5 กลุ่มพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ
เป็นพืชที่ปลูกเพื่อบำรุงดิน ป้องกันการชะล้างดิน ช่วยรักษาความชื้นในดิน เช่น ปอเทือง แฝก พืชตระกูลถั่วต่างๆ

6 กลุ่มพืชอาหารสัตว์
เป็นการเพิ่มปริมาณพืชอาหารสัตว์ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนอกจากลดต้นทุนและยังทำให้สัตว์โตเร็ว เช่น อ้อยอาหารวัตว์ หญ้าหวายข้อ หญ้ามัน หญ้าแพงโกล่า หญ้าก้านแดง หญ้าขน เนเปียร์ปากช่อง และอื่นๆ

7 กลุ่มพืชใช้สอย
เป็นการปลูกพืชเพื่อใช้เนื้อไม้ หรือทำค้าง ซึ่งสามารถปลูกเป็นแปลงและบนคันนา เช่น ตะเคียนทอง มะฮอกกานี กระถินเทพา ยางนา เป็นต้น

8 กลุ่มพืชอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่น
เป็นการปลูกพืชประจำถิ่น เพื่ออนุรักษ์ ขยายพันธุ์พืชที่กำลังสูญหาย และจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ เป็นพืชที่ให้คุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม

9 กลุ่มพืชพลังงานหรือเชื้อเพลิง
เป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ใกล้ตัวคือเป็นเชื้อเพลิง เช่น แคนา มะฮอกกานี สน หรือพืชทดแทนพลังงานอย่างปาล์มน้ำมัน รูปแบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกแบบผสมสานทั้งเป็นแปลงปลูกพืชและบนคันนา

ทิ้งท้ายว่า จะพอเพียง ยั่งยืน ก็ต้องช่วยกันคิดและทำยาว และคนที่จะทำยาวๆได้ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไหน คนทำคือคนในชุมชน ครัวเรือนเพียงพอ ชุมชนเพียงพอ สังคมก็เพียงพอมากขึ้น

“ทำชุมชนมีความสามารถในการจัดการตนเอง” แกนนำคนชุมชนต้องลุกขึ้นมาทำครับ ไม่ต้องรีบทำไปได้ทั้งชีวิต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s